sunshine kiss
nioh x yagyuu
เสียงกริ่งพักเที่ยงดังขึ้น นักเรียนทุกคนยืนตรงทำความเคารพแล้วแยกย้ายกันไปตามโรงอาหารบ้าง มุมดีๆในโรงเรียนบ้าง เสียงโหวกเหวกเอะอะดังตลอดทางเดินและค่อยๆเงียบลง
ยางิวคั่นหน้าที่กำลังอ่านอยู่แล้วปิดหนังสือ ยกมือขยับแว่นปรับสายตาสองสามทีแล้วฟุบหลับพักสายตาลงกับโต๊ะ ศีรษะหนุนท่อนแขนตัวเอง
พักสายตาสักนิด เดี๋ยวหลังพักเที่ยงมีวิชาเรียนหนักๆอีกมาก
หูแว่วเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากอีกฝั่งของทางเดิน พอพักเที่ยงทีไรก็เป็นอย่างนี้ทุกที
.....ตัววุ่นวายมาอีกแล้ว
"ยางิวววววววว"
คนที่ถูกเรียกชื่อยังหลับตานิ่ง นิโอยืนมองอย่างเงียบๆจะปลุกให้กินข้าวก็อยาก แต่ว่าอยากมองยางิวแบบนี้นานๆมากกว่า
เขาเลื่อนเก้าอี้ของโต๊ะด้านข้างเบาๆ แล้วนอนมองใบหน้ายามหลับของคนรัก
ไม่ใช่ใบหน้าหวาน ขนตาก็ไม่ได้ยาวมาก แก้มก็มีนิดหน่อย ปากบางๆ ผมเส้นเล็กสีน้ำตาลอ่อนสไลด์ปลายเล็กน้อย ....ดูยังไงก็เด็กเรียน
คนที่นอนมองอยู่แอบยิ้มกับตัวเอง
แต่ว่า...ในสายตาฉัน นายน่ารักที่สุดในโลกเลย
ถึงจะใจดีนิดหน่อย ใจร้ายบางครั้ง ชอบดุ ปากแข็ง ไม่ยอมให้กอด แต่ฉันก็รักนายที่สุดในโลกเลย
นิโอลุกขึ้นยืนแล้วก้มหน้าเข้าใกล้ จิ้มปลายจมูกลงที่แก้มเบาๆ..ต้องระวัง เดี๋ยวจะตื่น
คนที่ถูกหอมแก้มยังคงนอนเงียบ จนคนที่หอมเมื่อกี้ได้ใจ ยื่นริมฝีปากเข้าใกล้ปากบางที่ปิดอยู่
"นิโอคุง"
นิโอยืนนิ่งแล้วยิ้มกลบเกลื่อนการกระทำตัวเอง
"ไปกินข้าวกัน"
"ไม่กินที่นี่เหรอ" ยางิวถามเพราะปกติจะนั่งอยู่ที่ห้องเรียนนี่แล้วกินกันสองคน ด้วยว่าเพื่อนๆในห้องต่างไปกินที่โรงอาหารกันหมด
"วันนี้ไม่เอา ไปกินที่ดาดฟ้ากันเหอะ" นิโอกึ่งจูงกึ่งลากให้ลุกขึ้น
ยางิวลุกขึ้นเดินตามมือที่จูงไป เดี๋ยวนี้เริ่มชินกับการจับมือในโรงเรียนแล้ว อาจเป็นเพราะว่าไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ แถมคนที่จูงยังทำเป็นเรื่องปกติ
วันนี้ที่โรงเรียนบรรยากาศดูแปลกๆ...รู้สึกเหมือนจะมีอะไรพิเศษนะวันนี้ วันอะไรกัน
ยางิวเหลือบตามองรอบด้าน แม้แต่นิโอคุงก็ยังลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต
"นี่นิโอคุง ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้ แค่ไปกินข้าวที่ดาดฟ้าเอง"
"ไม่ได้ๆ เดี๋ยวมีคนขึ้นไปจองก่อน"
"มีคนแล้วทำไมเล่า แค่กินข้าวไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
"ก็เผื่อได้ ทำอะไร ไงล่ะ" นิโอพูดไปยิ้มไป
ยางิวขมวดคิ้วกับคำพูดที่ได้ยิน สักพักก็คลายออก ใบหน้าเรียวแดงขึ้นเล็กน้อย
นิโอมองแล้วแอบยิ้ม คงเพิ่งนึกออกมั้งว่าทำอะไรที่พูดไป..มันมีหลายความหมาย
"ถึงแล้ว"
มือใหญ่เปิดประตู ภาพท้องฟ้าเที่ยงวันสดใสพุ่งเข้าสู่สายตา เมฆสีขาวลอยอย่างนุ่มนวลอยู่เต็มท้องฟ้าที่กว้างอย่างไม่มีสิ้นสุด แสงแดดแรงส่องพื้นดาดฟ้า ถึงจะร้อนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นมานั่งไม่ได้
ยางิวมองวิวจากดาดฟ้าของโรงเรียนแล้วอุทานเบาๆ "เห็นทะเลด้วย"
"วันหลังไปด้วยกันมั้ย ทะเลตรงนั้นน่ะ"
นิโอโอบจากทางด้านหลังแล้วดันให้ไปยืนที่รั้วกั้นดาดฟ้า ไหล่กว้างล็อคตัวจากด้านหลังแล้วขโมยหอมแก้มเร็วๆ
"ไปด้วยกันนะ"
"อืม"
ยางิวหันหลังกลับ แต่ดูเหมือนว่าจะถูกหลอกเข้าให้แล้ว
นิโอใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ด้วยการล็อคยางิวไว้ด้วยแขนที่แกล้งจับรั้วกั้น เมื่อยางิวหันมาริมฝีปากจึงสัมผัสกันทันที
ยางิวทำตาขุ่น ดันตัวคนที่ล็อคอยู่ให้ออกห่าง
...อยู่กับนิโอคุงแล้วเหมือนตัวเองโง่ลงทุกที
เขาเดินไปนั่งด้านหลังห้องเก็บของที่มีหลังคายื่นออกมาบังแดด หยิบขนมปังกับนมขึ้นมากินเงียบๆ นิโอเดินตามมาแล้วกัดอีกด้านของขนมปัง
"นิโอคุง!!!"
"ขอกินนิดเดียวเอง ฉันอุตส่าห์ไปซื้อมาให้เชียวนะ นายก็รู้ว่าตอนเที่ยงคนเยอะแค่ไหน"
"นายก็มีส่วนของนายนี่"
"ก็ชิ้นที่อยู่กับนายมันน่ากิน" นิโอพูดแล้วเลียริมฝีปาก
ยางิวมองขนมปังในมือแล้วยัดลงในปากของนิโออย่างรวดเร็ว เขาเอนตัวพิงกำแพงแล้วหลับตา
'ตุ้บ'
ยางิวรู้สึกเหมือนโลกเอียงไปชั่วขณะ รู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่บนต้นขาของคนที่นั่งขัดสมาธิยิ้มกว้างแล้ว
"นอนสิ หลับตา"
"นิโอคุงนี่วุ่นวายจริงๆ ฉันกำลังจะหลับอยู่แล้วเชียว"
"วุ่นวายแค่เฉพาะกับนายล่ะน่า ก็เห็นว่ากำลังจะหลับเลยอยากให้นอนสบายๆ"
"ฉันควรจะขอบใจนายใช่มั้ยเนี่ย" ยางึวพึมพำเบาๆแล้วหลับตาลง
จริงๆแล้วนอนแบบนี้ก็สบายดีเหมือนกัน...
นิโอจิ้มที่แก้มคนรักเบาๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีทีท่าจะตื่นก็หยิบของจากกระเป๋ากางเกงอีกด้านขึ้นมา ริบบิ้นแบบเชือกสีขาวที่กลั้นใจไปซื้อมาก็เพื่อวันนี้..วันไวท์เดย์
วันที่ให้ของตอบแทนที่ได้รับในวาเลนไทน์ วันที่ตอบแทนช็อกโกแลตคิส...
แต่ดูเหมือนจะถูกคนให้ลืมไปแล้ว
เขารวบผมข้างหน้าขึ้นเป็นจุกเล็กๆแล้วเอาริบบิ้นสีขาวที่เตรียมไว้มัดเป็นโบว์ ถึงจะเสียดายใบหน้าตอนนอนแต่คงต้องปลุกให้ตื่นมาเอาของขวัญซะแล้ว
"ยางิว ตื่นได้แล้ว" กระซิบที่หูเบาๆ
"เฮ้ ตื่นๆ" กระซิบอีกรอบ...ไม่มีวี่แววจะตื่น
"ถ้าไม่ตื่นจะจูบจนกว่าจะลืมตาเลย" เพียงเท่านี้เปลือกตาก็เปิดออกจนเห็นดวงตา ยางิวกระพริบตาถี่ขับไล่ความง่วงแล้วจึงลุกขึ้นนั่ง
"วันนี้วันไวท์เดย์" นิโอกระซิบข้างหูแล้วรวบร่างที่กำลังสะลึมสะลือเข้ามากอดแล้วกดลงให้นอนที่ตักอีกครั้ง
"แล้วไงล่ะ ฉันไม่รับของที่พวกเด็กผู้หญิงเอามาให้สักหน่อย วันนี้ไม่ต้องให้ตอบใครนี่"
"ก็นายมัวแต่ให้ช็อกโกแลตวาเลนไทน์กับผู้ชายอยู่ไง เพราะฉะนั้นมารับของตอบแทนจากฉันซะดีๆ"
นิโอก้มลงจูบเบาๆที่ริมฝีปากบาง สัมผัสแผ่วเบาแต่ก็ทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดหายง่วงทันที
"ของตอบแทน? จูบจากนายเนี่ยเหรอ" ยางิวหัวเราะเบาๆกลบเกลื่อนอาการหน้าแดง
"ไม่ใช่ อยู่นี่ รอให้นายแกะอยู่" นิโอชี้ไปที่จุกเล็กๆบนศีรษะที่มัดโบว์เอาไว้ "ให้เวลา1วันของฉันกับนาย อยากให้ทำอะไรได้ทุกอย่าง"
"งั้นแกะละนะ"
ยางิวยกมือขึ้นพร้อมกับแหงนหน้าเพื่อแกะโบว์สีขาวออก โบว์เล็กๆแต่มัดเป็นปมซะแน่นสงสัยผูกไม่เป็นแน่ๆ เขายิ้มให้เส้นผมที่ถูกมัดเป็นจุด ..ตลกดี มัดแบบนี้แล้วดูหน้าแปลกไปเยอะ ยางิวแกะเบาๆพอโบว์หลุดออกก็ชูขึ้นโชว์คนที่ก้มหน้าอยู่
นิโอมองโบว์ในมืออีกฝ่ายแล้วชูเนคไทขึ้นมา
"เสร็จแล้วเหมือนกัน"
"นั่นมัน" ยางิวมองที่เสื้อตัวเอง เนคไทถูกดึงออกแถมกระดุมเสื้อยังถูกเปิดออกถึงเม็ดที่สาม "...เนคไทฉัน ทำอะไรน่ะนิโอคุง!!"
"แกะออกไง"
"ที่นายให้แกะมันโบว์ที่อยู่บนหัวนายไม่ใช่เหรอ แล้วมาทำอะไรฉันเล่า"
นิโอส่งยิ้มให้รอยยิ้มตามแบบฉบับของจอมเจ้าเล่ห์
"ก็ของตอบแทนเป็นฉัน1วัน เพราะฉะนั้น...มาทดลองใช้ฉันดูดีกว่า"
ยางิวเม้มปากแน่น มองแววตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้
ไว้สักวันฉันจะเอาตัววุ่นวายอย่างนายไปทิ้งทะเล
.......................................................................
roses kiss
oshitari x atobe
แสงแดดยาวเช้าทอประกายสดใส ลำแสงสีทองส่องลงมาพื้นดิน รถหรูคันใหญ่เลี้ยวเข้ามาที่มุมถนนแล้วจอดหน้าโรงเรียนอย่างนิ่มนวล สีดำขลับของรถเป็นประกายล้อแสงอาทิตย์
ร่างในชุดนักเรียนก้าวลงมาจากรถ ดวงตาคมปลาบเหลือบมองเหล่าหญิงสาวที่มายืนอออยู่เต็มด้านหน้ารั้วโรงเรียน เสียงอื้ออึงเรียกชื่อของเขา ดังก้องทั่วสนามโรงเรียน
'เป๊าะ'
สิ้นเสียงดีดนิ้ว เสียงที่ดังอื้ออึงทั้งหมดก็เงียบกริบ ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้ม คาบาจิเดินเข้ามารับกระเป๋านักเรียนพร้อมกับหยิบดอกกุหลาบนับร้อยดอกในรถออกมาถือไว้
อาโตเบะรับดอกกุหลาบทั้งหมดมาถือด้วยตัวเองแล้วจูบลงเบาๆที่กลีบดอก
"ของตอบแทนจากฉัน ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลต"
ดอกกุหลาบทั้งหมดถูกโยนขึ้นบนอากาศ อาโตเบะเดินผ่าน"ถนนกุหลาบ"ไปยังตึกเรียน
อาคารเรียนกว้างใหญ่ปูด้วยพื้นหินขัดสีขาวตัดกับผนังสีน้ำตาลอ่อน ธรรมชาติภายนอกร่มรื่นด้วยสีเขียวอ่อนของใบไม้ที่เริ่มแตกยอดอ่อน อาโตเบะจ้องมองไปข้างนอกแล้วก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นช้าๆ
"อาโตเบะ"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น คนที่ถูกเรียกเหลือบสายตาช้าๆไปมอง..
ร่างสูงยืนพิงผนังชั้นพักของบันไดยิ้มให้ ผมสีน้ำเงินเข้มปลิวตามสายลมอ่อนๆที่พัดเข้าทางหน้าต่างเหนือขั้นบันได ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงกลมจ้องมาที่เขาอย่างเปิดเผย ไหล่หนาทั้งสองข้างเอนออกจากผนังนั้นแล้วเดินเข้ามาใกล้
"บอกคาบาจิให้ไปก่อนสิ" ร่างสูงนั้นกระซิบที่หูเบาๆ
"คาบาจิไปคอยที่ห้อง"
ชายร่างยักษ์ผู้ติดตามเดินจากไปพร้อมกระเป๋า อาโตเบะทิ้งสายตาลงมองขั้นบันไดแล้วตวัดขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงดึง
"โอชิทาริ!!"
"หืม"
โอชิทาริรับคำเบาๆ อ้อมแขนแข็งแรงรัดร่าง"เจ้าชายของโรงเรียน"ไว้กับอกของตัวเอง แขนทั้งสองข้างถูกตรึงไว้ ใบหน้าได้รูปแนบลงที่ข้างศีรษะอย่างนุ่มนวล
"ดอกกุหลาบเมื่อกี้...สมกับเป็นนายดีนะอาโตเบะ"
"ได้มาก็ต้องตอบแทนสิ"
อาโตเบะปล่อยให้ร่างสูงกอดอยู่พักใหญ่ แล้วดึงมือที่รัดออกช้าๆเหมือนปรกติ ต่างกันที่ว่าคราวนี้เจ้าของมือไม่ยอมปล่อยอย่างเคย
"โอชิทาริ ปล่อยฉันได้แล้ว"
"ฉันก็อยากได้กุหลาบจากนายมั่ง"
โอชิทาริพูดด้วยน้ำเสียงหวาน ปลายคางกดลงที่ต้นคออีกฝ่ายแล้วจูบลงเบาๆ ร่างของคนในอ้อมกอดนิ่งไปชั่วครู่
"ที่นายได้จากฉันมันมากกว่ากุหลาบหลายร้อยเท่าไม่ใช่เหรอ" น้ำเสียงที่บ่งบอกอาการเขินของอาโตเบะทำเอาโอชิทาริอดใจที่จะหอมแก้มแดงเรื่อไม่ได้
ริมฝีปากประทับลงที่แก้มของอีกฝ่ายยิ่งทำให้หน้าที่แดงอยู่แล้วกลับซับสีเลือดมากขึ้น
"นายชอบทำให้ฉันหึงทุกที" โอชิทาริพูดออกมาเบาๆ
"หึง? นายจะหึงทำไม กับแค่ฉันให้ดอกกุหลาบคนพวกนั้นน่ะเหรอ"
"ก็นายจูบดอกกุหลาบนั่น..."
ร่างสูงโอบรัดแน่นขึ้น อาโตเบะแอบยิ้มแล้วดึงเนคไทของอีกฝ่ายเข้าใกล้ ริมฝีปากบางประทับรอยจูบที่กลีบปากด้านล่าง เม้มเบาๆแล้วผละออก
"พอใจรึยัง?"
"ยัง..ไม่พอ แค่ไหนก็ไม่พอ"
โอชิทาริหมุนตัวของร่างบางให้หันเข้าหาพร้อมประกบริมฝีปากมอบจุมพิตร้อนแรงจนอีกฝ่ายแทบละลาย ริมฝีปากหวานคู่นี้สัมผัสแค่ไหนก็ไม่มีวันพอ...ไม่มีวันจบสิ้น
อาโตเบะหอบหายใจในช่วงที่ร่างสูงถอนริมฝีปากออก แต่แล้วก็ถูกจุมพิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับถูกช่วงชิงลมหายใจ
"โอ..ชิ..ทาริ" เสียงหวานครางชื่อของอีกฝ่าย จูบครั้งสุดท้ายเนิ่นนานจนดวงตาเรียวมีแววเคลิ้มฝัน ริมฝีปากร้อนที่ถอนออกยังคลอเคลียอยู่ที่หน้าผากมา
"ไม่อยากหยุดเลย"
อาโตเบะดึงปลายแขนเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ ใบหน้าเรียวซบลงกับอกกว้าง
....บอกไม่ได้ว่าเขินเกินกว่าจะมองหน้า
โอชิทาริยิ้มแล้วโอบศีรษะร่างบางไว้ กดจมูกลงบนกลุ่มผมนิ่มรวยรินกลิ่นแชมพู
....รู้สึกเหมือนเป็นคนที่ไม่รู้จักพอ..ทุกทีที่อยู่ใกล้คนๆนี้
"นี่ อาโตเบะ"
"หืม"
"เมื่อไหร่นายจะพูดว่ารักฉันบ้าง ฉันไม่เคยได้ยินจากปากนายเลย"
อาโตเบะนิ่งเงียบ แล้วเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ดวงตาเรียวจ้องตาอย่างท้าทาย
"ไม่พูด"
โอชิทาริมองแววตาท้าทายนั้นแล้วกอดร่างบางเข้าแนบอก
"ถ้าไม่พูดจะกอดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ"
อาโตเบะซบลงที่บ่ากว้าง พึมพำเบาๆแต่เป็นประโยคที่คนฟังได้ยินแล้วยิ้มกว้างออกมา
"ถ้าอย่างนั้น..นายก็ต้องกอดฉันไปตลอดชีวิตเลยล่ะ"
......................................................................................
candy kiss
momoshiro x ryoma
ร่างเล็กยืนพิงขอบรั้วกำแพงหน้าโรงเรียน ดวงตากลมโตเหม่อมองไปที่ท้องฟ้าสีส้มที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับ ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง กระเป๋าแร็กเก็ตใบใหญ่วางอยู่แทบเท้าถูกยกขึ้นลงจนเลอะฝุ่นเป็นคราบขาว
จะให้รอไปถึงไหน อีก5นาทีถ้ายังไม่มาล่ะก็นะ....
"เอจิเซ็น"
โมโมชิโระปั่นจักรยานคู่ใจมาหยุดที่ตรงหน้า มือใหญ่ดึงกระเป๋านักเรียนจากคนที่ยืนหน้างอมาใส่ตะกร้าหน้าจักรยาน
"รุ่นพี่โมโมะ...ช้า"
"นิดหน่อยเองน่า ขึ้นมาเร็ว"
คนที่ถูกเร่งเดินหนี ให้มาช้าแล้วยังเร่งอีก ยังไม่ได้คิดบัญชีที่ให้รอเลยนะ
"อ้าว? ขึ้นมาซ้อนสิ" มือใหญ่ดึงคอเสื้อด้านหลัง เอจิเซ็นหันหลังกลับมามองแล้วขึ้นซ้อนโดยที่ไม่พูดอะไร
โมโมชิโระปั่นจักรยานลงจากทางลาดใกล้โรงเรียน สายลมอ่อนๆปะทะผิวหน้าเส้นผมสีดำที่ชี้ขึ้นประจำลู่ตามแรงลม เขาฮัมเพลงเบาๆที่ทำให้คนที่ยืนจับไหล่ซ้อนอยู่ด้านหลังหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม
เอจิเซ็นใช้กระเป๋าแร็กเก็ตเปื้อนฝุ่นเช็ดที่เสื้อคนขี่จักรยานโดยไม่ให้รู้ตัว คิ้วเรียวขมวดเข้าออกแล้วกลั้นยิ้มเมื่อพบว่าเสื้อนักเรียนสีขาวกลายเป็นสีมอมแมมไปแล้ว
"เฮ้ เจ้าเปี๊ยกงอนเหรอ ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาเนี่ย"
"เปล่า"
เอจิเซ็นตอบเสียงแข็ง ถึงจะเอาคืนบ้างแล้วก็เถอะ ยังไงความผิดก็คือความผิด
โมโมชิโระเบรกจักรยานกระทันหัน ร่างบางที่ยืนเกาะแบบหลวมๆอยู่โถมลงมาซบที่แผ่นหลังกว้าง เขาแอบยิ้มเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนิ่มและมือเล็กที่จับไหล่แน่น
"เล่นบ้าอะไรรุ่นพี่โมโมะ!!!"
"เปล๊า...แวะร้านเบอร์เกอร์ก่อนมั้ย"
"เลี้ยงรึเปล่าล่ะ"
"เรื่องอะไรเล่า นายคิดว่าฉันรวยนักรึไง"
โมโมชิโระพูดอย่างอารมณ์ดี เขาจอดจักรยานหน้าร้านแล้วเดินเข้าไปโดยปล่อยให้ร่างเล็กรออยู่ข้างนอก เอจิเซ็นเห็นจักรยานที่จอดทิ้งไว้แล้วเกิดความคิดเข้ามาในหัว
...ขอลองขี่หน่อยนะรุ่นพี่โมโมะ...
ร่างเล็กยกตัวขึ้นคร่อมอานจักรยาน แล้วถีบออกช้าๆ แฮนด์จักรยานสั่นโอนไปเอนมาอย่างน่าหวาดเสียว
"อย่าสั่นเซ่"
ริมฝีปากบางเม้มแน่น ความมั่นใจว่าขี่ได้เริ่มหายไป เขารู้สึกว่าตัวเองถูกท้าทายโดยไอ้เท้าถีบสองล้อนี้
"ทำอะไรน่ะ" โมโมชิโระที่เดินออกมาจากร้านเห็นร่างเล็กหัดขี่จักรยานก็ตกใจแล้วตะโกนทักออกไป
เอจิเซ็นสะดุ้งแล้วปล่อยแฮนด์จักรยานออก แผ่นหลังเล็กเสียหลักเอนตัวลง โมโมชิโระดึงปลายแขนเสื้อได้อย่างหวุดหวิดรั้งให้ทรงตัวได้
จักรยานที่ไร้คนขี่พลิกลงพื้นอย่างรวดเร็ว ฝุ่นบนพื้นถนนลอยเปื้อนใบหน้าคนทั้งสอง โมโมชิโระขยี้หัวเจ้าเปี๊ยกแล้วยกจักรยานขึ้น
"โซ่หลุด ที่เหลือเดินเอาแล้วกัน" ร่างสูงลากจักรยานเดินนำ
"ทีหลังไม่ต้องหัดขี่เข้าใจไหม ทำลายข้าวของคนอื่น..." โมโมชิโระเดินบ่น
"ก็อยากลองขี่ดูบ้าง รุ่นพี่โมโมะจะได้ไม่ต้องมารับไงฮะ" เอจิเซ็นเถียงด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ
โมโมชิโระหยุดเดินแล้วหันกลับมา มือใหญ่เช็ดฝุ่นออกจากแก้มใสของคนตรงข้ามเบาๆ
"งั้นฉันยิ่งไม่ให้นายหัดขี่เลย หน้าที่ขี่จักรยานให้นายนั่งน่ะมันเป็นของฉันคนเดียว"
เขายื่นถุงสีน้ำตาลอ่อนให้
"เอ้าวันนี้ฉันเลี้ยง นายคงหมดตังค์กับการคืนของวันนี้ไปเยอะสินะ"
"ซะที่ไหนเล่า ผมไม่ได้คืนเลยต่างหาก ธรรมเนียมอะไรไม่รู้แปลกพิลึก" ร่างบางบ่นเบาๆ วันนี้สายตาของพวกเด็กผู้หญิงในวันนี้ดูจะผิดหวังกับท่าทีเฉยเมยของเขา
"คนที่คิดอย่างนี้น่ะเด็กชะมัด ได้รับก็ต้องให้คืนสิ"
"แสดงว่ารุ่นพี่คงเสียเงินเยอะแน่ๆ..วันนี้น่ะ"
โมโมชิโระผิวปากอย่างร่าเริง มือใหญ่จูงจักรยานช้าๆ
"แน่นอนอยู่แล้ว"
..ใช่ที่ไหน ไม่ได้รับเลยต่างหาก...ก็คงเพราะมีเหตุผลที่ไม่อยากรับจากคนอื่น....
"งั้นรุ่นพี่โมโมะต้องคืนผมวันนี้ เพราะผมก็ให้ของวาเลนไทน์เหมือนกัน"
"อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนต้ากระป๋องนั้น"
"อือ" เอจิเซ็นกล่าวรับในคอ
เอจิเซ็นเอ๊ย...ใครเขาให้แฟนต้าน้ำส้มในวาเลนไทน์กันเล่า
เจ้าเปี๊ยกนี้เด็กกว่าที่คิดเยอะ
"งั้นอ้าปาก" เอจิเซ็นอ้าปากตามอย่างว่าง่ายดวงตากลมโตหลับพริ้ม
โมโมชิโระแกะห่อลูกอมในกระเป๋าจุมพิตเบาๆด้วยริมฝีปาก เขาใช้นิ้วไล้ริมฝีปากบางคู่นั้นแล้วดันลูกอมเข้าไป
"นี่ไงของตอบแทน"
"รุ่นพี่โมโมะขี้โกง"
"อะไรกันเล่าเจ้าเปี๊ยกนี่"
โมโมชิโระเดินเถียงกับเอจิเซ็นท่ามกลางแสงตะวันที่ซีดจาง โมโมะชิโระแอบยิ้มกับกลุ่มผมสีดำที่สะบัดไปมา
...ไว้รอโตอีกนิดแล้วค่อยให้ของตอบแทนของจริง...นะ เอจิเซ็น
.............................................................................................
talk
เป็นฟิคไวท์เดย์ที่ชิวมากๆ 28พิมพ์ตอนวันที่13กลางวัน ชี่อาโตะพิมพ์ตอนตี1(นอนไม่หลับ) โม่เรียวเพิ่งเสร็จ(เลยไม่ทันลงวันที่14เลย กร๊ากกก) ตอนแรกขี้เกียจเขียนแล้วอยู่ๆตอนกลางคืนวันที่12นึกอยากเขียนไวท์เดย์ขึ้นมา ก็เริ่มเลยค๊าาาาา
คิดๆอยู่ว่าเอาคู่ที่เคยเขียนตอนวาเลนไทน์ดีรึเปล่า ไปๆมาๆเอาแค่28คู่เดียวดีกว่า...ลำเอียงไง รัก28 ส่วนชี่อาโตะ กับโม่เรียวเป็นขั้นทดลอง อยากลองเขียนคู่ใหม่ที่ไม่เคยเขียนดูบ้าง
...แล้วก็ออกมาอย่างที่เห็น หึหึหึ
ชีวิตตอนนี้ไร้สาระสุดๆ นอน กิน เล่นกับหมา ป้อนข้าวใส่ปากหมา(มันไม่ยอมกินเอง แรดนัก) อ่านนิยายในเด็กดี กลิ้งไปมา เลยหาสาระใส่ตัวเองด้วยการอัพฟิค เขียนนิยาย(ที่โดนเมทสั่งว่าอยากอ่านคู่ชายหญิงบ้าง ซึ่งมัน...ยากว่ะ ชั้นวายตลอดชีวิตแล้วนี่นา) แถมแพลนไว้ว่าอยากเขียนออริวายซักคู่ด้วย(กร๊ากกก)
แต่มาคิดๆดูแล้ว....มันเป็นการหาสาระหรือว่าหาเรื่องไร้สาระมากกว่าเดิมฟะ
หรือจะกลับไปป้อนข้าวหมาดี อุฮิ
ป.ล. แม่บอกว่าถ้าจบแล้วหางานไม่ได้จะจ้างเดือนละสามพันเลี้ยงหมาอยู่บ้าน (-_-")
ไม่ต้องรอหรอกโมะ...กินมันเลย กินมันเลยยยย~~~~