"..........."
"หือ?"
"เวลาคน..อื่นๆ เขาไปเดทกันหลังเลิกเรียน เขาไปที่ไหนกันบ้าง"
ไม่ง่ายนักที่เรื่องเดทหลังเลิกเรียนจะออกจากปากของกัปตันผู้เคร่งขรึมของเซชุน เพราะในทุกๆวันที่ผ่านมามีแต่ 'เทนนิส' 'แข่งทั่วประเทศ'หรือ 'วิ่งรอบสนาม20รอบ'ที่เคยหลุดจากปากคู่นี้
...แต่ที่น่าแปลกคือ พูดออกมาได้เป็นธรรมชาติเหมือนเคยพูดอยู่ทุกวัน...
"ก็...เกมเซ็นเตอร์ แมค หรือไม่ก็ร้านกาแฟน่ารักๆมั้ง" ฟูจิตอบเบาๆทั้งที่อึดอัดจนอยากจะขอตัวกลับบ้านก่อน เขาลูบศีรษะตัวเอง..น่าแปลกที่ว่าแม้จะอึดอัดแต่เขาเองก็ตื่นเต้นเสียจนไม่กล้าจะมองหน้า
"ถ้าอย่างนั้นที่แรกที่จะต้องไปก็คือเกมเซ็นเตอร์สินะ" เทะสึกะโคลงศีรษะไปมา แน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจนักหรอกว่าการที่ไปเล่นเกมตู้พวกนั้นมันน่าสนุกกว่างานอดิเรกของเขาสักแค่ไหน มนุษย์ชอบทำอะไรโดยไร้ประโยชน์เสมอ..เทะสึกะให้ข้อสรุปกับตัวเองแล้วจึงเดินมุ่งสู่ถนนที่ทอดไปยังเกมเซ็นเตอร์ใกล้ๆโรงเรียน
"ถ้าเทะสึกะไม่อยากไปก็ไม่ต้องก็ได้" ฟูจิพูดเบาๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเทะสึกะคิดอะไรอยู่..ในเมื่อเขาเองมองเพียงแค่คนๆนี้มานานจนรับรู้ได้ทั้งหมดว่าชอบอะไรและไม่ชอบอะไรบ้าง
"ฉันจะไป"
ฟูจิก้มหน้าลงเดินตามเข้าไปใกล้ ร่างบางก้าวช้าๆตามจังหวะการเดินของอีกฝ่าย มือเย็นเฉียบกุมหูกระเป๋าชื้นเหงื่อเอาไว้ก่อนจะลอบเช็ดลงกับกางเกงนักเรียน
...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะหรือแค่เอาแต่ใจกันนะ...
ทั้งสองคนเลี้ยวเข้าไปในร้านเกม ข้างในนั้นมีเด็กนักเรียนทั้งจากเซชุนและหลายๆโรงเรียนมารวมตัวกันใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนในการนัดพบพูดคุย เล่นเกม หรือแม้กระทั่งพวกที่มากับแฟนสาวเพื่ออวดว่าตนเองเก่งสักเพียงใด เทะสึกะเดินเลี่ยงวัยรุ่นกลุ่มใหญ่แล้วจ้องมองสภาพภายในด้วยสายตาพินิจ
ภาพที่นัยน์ตาสีน้ำตาลมองเห็นก็แค่เพียงสถานที่รวมตัวของพวกที่มีเวลาว่างมากมาย เขาปลดกระดุมคอออกแล้ววางกระเป๋าลงใกล้ๆเครื่องเล่นที่ปิดป้ายว่าเสีย เทะสึกะถอนหายใจออกมาดังๆโดยไม่รู้ว่าสำหรับอีกคนแล้วกลับทำให้สะดุ้งเฮือกได้
"เบื่อเหรอ"
"อือ"
ฟูจิกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อยากจะค้อนใส่...ก็เพราะเทะสึกะเองไม่ใช่เหรอที่อยากมาแล้วยังมาบ่นว่าน่าเบื่ออีก
"ถ้าอย่างนั้นลองเล่นเจ้านี้ดีมั้ย" ปลายนิ้วชี้ไปยัง 'เจ้านี่' ที่ว่า เขาเคยมากับคิคุมารุและโอชิชิ ตอนนั้นคิคุมารุเล่นสนุกซะจนโออิชิต้องปรามเอาไว้....และแน่นอนว่าโออิชิเคยปรามได้ที่ไหน แถมกลายเป็นต้องไปแลกเหรียญให้อีก
"กลอง?" เทะสึกะเดินเข้าไปใกล้ เครื่องเล่นอันนี้จำลองมาจากกลองชุด เป็นแป้นยางหกอัน สองอันแทนฉาบสี่อันแทนกลอง ข้างล่างมีที่เหยียบใช้แทนกระเดื่อง ข้างๆมีไม้กลองเสียบอยู่ ส่วนเครื่องทางด้านขวาเป็นกลองแบบญี่ปุ่นที่มีแป้นตีอันเดียว เขาเหลือบมองรอยยิ้มบางๆของคนที่อยู่ตรงข้างๆแล้วจึงหยอดเหรียญใส่อันที่เป็นกลองชุด
...ก็เพราะฟูจิกำลังมองด้วยสายตาคล้ายจะท้าทาย เลยจงใจเลือกอันที่ยากกว่า...
ก่อนที่เทะสึกะจะได้กดเลือกเพลง ร่างบางกลับปราดเข้ามากดให้แทน ฟูจิจงใจเลือกเพลงที่ระดับสูงและจังหวะยากให้โดยเฉพาะ ทันทีที่เลือกเสร็จฟูจิก็หลบออกมายืนข้างๆ
เทะสึกะขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ในมือถือไม้เตรียมพร้อมรอจังหวะแรกของเพลงขึ้น เสียงเพลงดังกระหึ่มเรียกนักเรียนในเกมเซ็นเตอร์ให้มายืนมุงอยู่ห่างๆ และสำหรับเด็กโรงเรียนเซชุน...ไม่มีใครที่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย สายตาทุกคนกำลังจับจ้อง'กัปตันชมรมเทนนิสคนนั้น'ที่ยืนอยู่หน้าเครื่องเล่น
ร่างสูงตวัดข้อมือตีตามหน้าจออิเล็กโทรนิกที่ขึ้นมา แถบต่างสีต่างขนาดบ่งบอกว่าต้องตีตรงไหนบ้าง มือใหญ่ตีแผ่นยางในส่วนที่เป็นฉาบและตามด้วยรัวส่วนที่แทนสแนร์ ดวงตาสีน้ำตาลดูมุ่งมั่นไม่ต่างอะไรกับตอนที่แข่งเทนนิส แต่ถ้ามองให้ดีจะเห็นริมฝีปากที่เม้มนิดๆอย่างนึกสนุก
...เครื่องเล่นพวกนี้แค่ทักษะการตอบสนองของร่างกายดีก็เล่นได้สนุกแล้ว...
ฟูจิมองคนตรงหน้ารัวฉาบคู่ในตอนสุดท้านแล้วเก็บไม้เข้าที่ หน้าจอแสดงผลให้ใส่ชื่อในลำดับสูงสุด ปลายนิ้วสากจิ้มตัวอักษรสี่ตัวแทนชื่อใครบางคนที่เป็นคนเลือกเพลงให้แล้วกดเซฟ ใบหน้าเยือกเย็นหันกลับมามองช้า บรรดาคนที่มามุงดูจึงค่อยๆหลบฉากไปอย่างรวดเร็ว
"เทะสึกะทำไม..." ยังไม่ทันได้ถามจนจบเจ้าของชื่อก็ชิงตอบแทน
"ก็นายเป็นคนเลือกนี่ เลยใส่ชื่อนายแทน" มือใหญ่สะบัดไล่ความตึงของมือเล็กน้อยแล้วก้าวออกมายืนใกล้ๆ
"สนุกมั้ย" เสียงใสถามย้ำอีกครั้ง
"...ก็ไม่เลว"
"อยากเล่นอะไรต่อรึเปล่า" ฟูจิถามอีกทีก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังตู้ตุ๊กตาที่มีหมีสีต่างๆปะปนกันอยู่กว่าครึ่งตู้
"นายไม่เล่นบ้างเหรอ" เทะสึกะถามกลับ ฟูจิจึงเดินนำไปหน้าตู้ตุ๊กตาแล้วหยอดเหรียญ มือข้างหนึ่งจับคันโยกบังคับอีกข้างหนึ่งแตะที่ปุ่ม เมื่อเล็งจังหวะได้แล้วจึงกดปุ่มให้ตัวหยิบหยิบขึ้นมา คันชักเลื่อนลงข้างตู้แล้วหย่อนตุ๊กตาตัวน้อยหล่นลงผ่านช่องพลาสติก
...เพราะว่าเคยมาเล่นบ่อยๆถึงได้ชำนาญหรอกนะ...
"นายมาที่นี่บ่อยเหรอ" ถามคำถามนี้ออกไปทั้งที่มีอีกคำถามยังคั่งค้างในใจ คำถามที่ว่า...แล้วมากับใคร?
ฟูจิมองสายตาที่ส่งมา มือเรียวหยิบตุ๊กตากระต่ายสีขาวขนนุ่มตัวขนาดฝ่ามือจากช่องพลาสติกมาส่งให้ร่างสูง มือใหญ่รับมาถืออย่างงงๆ
"ไม่บ่อยหรอกส่วนใหญ่ก็มากับเอย์จิแล้วก็โออิชิ" นัยน์ตาสีน้ำตาลสะท้อนวูบเมื่อเห็นแววโล่งอก
...ทำไมกัน หรือเป็นเพราะโล่งใจที่ไม่ได้มากับทาจิบานะ...
...ไม่หรอกน่า อย่าสำคัญตัวเองผิดอีกเลยนะ ฟูจิ ชูซึเกะ...
เทะสึกะจับตุ๊กตากระต่ายน้อยมาจุมพิตอย่างทะนุถนอมแล้วเอาแตะที่แก้มใสเร็วๆหนึ่งที รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าบ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ดี เขาเก็บเจ้าตัวน้อยลงกระเป๋ากางเกงแล้วขยับไปยืนแทนที่ตรงหน้าตู้ตุ๊กตา
"ไหน..ขอฉันลองเล่นดูบ้างสิ"
ฟูจิยืนนิ่งจับแก้มของตนเอง...ไม่เข้าใจ เทะสึกะที่เปลี่ยนไปทำให้หัวใจยิ่งเต้นรัว การกระทำที่ไร้เหตุผลรองรับยิ่งฉุดให้อารมณ์ที่ซ่อนลึกหลังกำแพงหนาค่อยๆออกมาทีละน้อย กำแพงที่คิดว่าหินกลับกลายเป็นดินทรายที่จับตัวโอนเอนและอ่อนไหว...ยากจะต้านทานต่อสายลมอ่อนโยนที่พัดสัมผัส
...เชื่อฟังกันบ้างสิ อย่าเต้นแรง อย่าหวั่นไหวเพียงเพราะการกระทำอ่อนโยน...
...กลัวจะต้องเจ็บช้ำอีกครั้ง...
ความคิดต่างๆถูกขัดด้วยเสียงกระแทกปุ่ม แม้จะไม่ได้ดังมากนักแต่ก็ฉุดกระชากอารมณ์หวั่นไหวให้กลับมานิ่งตรงได้
"เทะสึกะ?"
"จับไม่ได้เสียที ไอ้ตัวนั้นน่ะ" น้ำเสียงทุ้มส่อแววฉุนเฉียวเล็กน้อย ปลายนิ้วชี้ไปที่หมีตัวกลมที่นอนหงายอยู่ท่ามกลางกองตุ๊กตา ดวงตาเรียวเลื่อนมาจับตรงช่องพลาสติด ในนั้นมีตุ๊กตาหลายแบบที่หล่นลงมารอให้เก็บไป หากแต่เทะสึกะก็ยังมุ่งมั่นจะเอาหมีตัวนั้นให้ได้ เขาหยอดเหรียญลงไปอีกครั้งแล้วก้มตัวจนศีรษะชิดตู้พลาสติก
...ทำไมต้องเป็นเจ้าตัวนั้นด้วยนะ...
"พอได้แล้วน่า ได้มาตั้งหลายตัวแล้วนี่"
"มันไม่เหมือนกัน...ต้องตัวนี้เท่านั้น"
สายตามุ่งมั่นจนเสียงใสต้องเลิกขัด เทะสึกะกดปุ่มให้แป้นข้างล่างขยับหมุน จนในที่สุดก็กดที่หยิบให้หย่อนลงจับตุ๊กตาขึ้นมา รอยพึงพอใจบนใบหน้าบอกฟูจิว่าในที่สุดคนตรงหน้าก็ได้ในสิ่งที่หวังแล้ว
...ดื้อกว่าที่คิดนะ...
ร่างสูงย่อตัวลงหยิบตุ๊กตาที่หล่นมาก่อนสี่ห้าตัวถือไว้ในมือ จนเหลือตัวสุดท้าย..ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลถูกหยิบขึ้นมาวางบนฝ่ามือเล็กพร้อมคำพูดสำทับ "ตัวนี้ให้นาย...หมีสีน้ำตาล"
ร่างเล็กกระพริบตาถี่แต่สองแขนก็กอดตุ๊กตาตัวน้อยไว้ในมือ ฟูจิลอบจุมพิตที่ตุ๊กตาเบาๆก่อนจะกล่าวขอบคุณ
"ที่เหลือนี่...เอาไปทำอะไรดี" เทะสึกะชูตุ๊กตาในมือ จะให้เขาถือกลับบ้านไปก็คงจะไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ แต่ในท้ายที่สุดเมื่อฟูจิไม่ตอบอะไร ร่างสูงก็เป็นฝ่ายกอดตุ๊กตาเอาไว้ในมือแล้วเดินนำออกจากร้านเกม
พ้นมาจากร้านได้ไม่นาน กัปตันหนุ่มก็เอ่ยปากถามอีกครั้ง "แมคหรือร้านกาแฟ"
"กลับบ้าน" ฟูจิตอบเบาๆ แม้ว่าใจจริงแล้วไม่อยากจะกลับ แต่เพราะกลัวจะหลงใหลในความอบอุ่นที่เอื้อมไม่ถึงจึงต้องตัดใจ
"ร้านกาแฟนะ" อีกครั้งที่เทะสึกะเดาความคิดของฟูจิออก ร่างสูงใช้มือที่ถือกระเป๋าดึงแขนเสื้อชุดนักเรียนให้เดินตามเข้าร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกลนัก
...เอาแต่ใจกว่าที่คิด...
น่าแปลกที่ฉันเหมือนจะอยู่ใกล้นายและเข้าใจอะไรต่างๆของนายได้ดีที่สุด...แต่พอได้หยั่งลึกเข้าไป ปลายเท้าก็สัมผัสเพียงความลึกล้ำไร้ที่สิ้นสุด เหมือนจะรู้ทุกอย่างแต่สุดท้าย..ก็ไม่รู้อะไรเลย
................................
ร้านกาแฟตกแต่งแบบโมเดิร์นแต่แฝงความเกี่ยวเนื่องของเอกลักษณ์ญี่ปุ่นไว้ กลิ่นอายวัฒนธรรมกรุ่นกำจายซึมแทรกผสมผสานกันคล้ายท่วงทำนองเพลงที่ขาดหายได้เติมเต็ม ในร้านแม้จะแบ่งเป็นโซนแบบญี่ปุ่นและโซนยุโรปแต่กลับไม่ได้มีความผิดเพี้ยนที่ทำลายอารมณ์สุนทรี เสียงซามิเซ็งที่คลอเบาๆเองนั้นก็ดูเข้ากันได้ดีกับชุดน้ำชาขลิบทองที่มีขนมสโคนวางอยู่
เทะสึกะที่ในแขนเต็มไปด้วยตุ๊กตาเดินเข้ามาในร้าย ก่อนที่จะได้มองหาที่นั่งก็มีเสียงเรียกดังจากมุมหนึ่ง
"เทะสึกะ?" เสียงนั้นเรียกเหมือนประหลาดใจระคนตื่นเต้นก่อนเจ้าของเสียงจะรีบยกชาในถ้วยขึ้นจิบขับไล่เสียงสั่นๆออกไป
"อาโตเบะ..โอชิทาริ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อคนที่นั่งอยู่ด้วยกับกัปตันเฮียวเทอย่างแปลกใจ ซึ่งเจ้าตัวเองก็เพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วหยิบสโคนมาป้ายแยมส้มส่งเข้าปากไป
"มาคนเดียวเหรอ..เอ่อ.." เงียบไปนิดเมื่อเห็นร่างบางที่ซ้อนอยู่เบื้องหลัง อาโตเบะปราดตามองเพียงคู่ก็นิ่งเงียบไป
ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดนั้น ชายหนุ่มผู้มีเรือนผสสีน้ำเงินกลับวางแก้วลงแล้วขยับชิดริมด้านใน เหลือพื้นที่ว่างข้างกายไว้แล้วกล่าวเชื้อเชิญ "นั่งที่นี่สิ ไหนๆก็มาร้านเดียวกันทั้งที"
"อือ" รับคำเบาๆแล้วนั่งลงข้างๆอาโตเบะที่ขยับตัวเข้าชิดริมหน้าต่าง ฟูจิมองเทะสึกะที่นั่งลงแล้วจึงค่อยๆเดินมานั่งข้างโอชิทาริ บริกรหนุ่มหยิบเมนูแผ่นบางมาวางไว้ตรงหน้าคนทั้งสอง ฟูจิสั่ง Apple Cinnamon Sherbet ส่วนอีกคนกลับสั่งเพียงชาดำร้อน
เชอร์เบทแอปเปิ้ลเสิร์ฟในถ้วยแก้วทรงสูง รอบข้างมีชิ้นแอปเปิ้ลเขียวฝานบางๆประดับอยู่ในถ้วย ผงซินนามอนโรยตรงหน้าเล็กน้อย ร่างบางใช้ช้อนโลหะตักมาหนึ่งคำแล้วชิม รสเปรี้ยวอมหวานของน้ำแอปเปิ้ลเข้ากันได้ดีกับกลิ่นหอมอ่อนๆของซินนามอน เพลงเครื่องสายซามิเซ็งเปลี่ยนเป็นเพลงแจ๊ซ เครื่องเป่าทองเหลืองจำพวกทรัมเป็ตดังขึ้นเป็นจังหวะเร่าร้อนไหลลื่นตามบรรยากาศในคาเฟ่ เสียงสอดรับของทรอมโบนก็ประสานเป็นแจ๊สที่ไพเราะและสวยงามที่เสียงดนตรีสังเคราะห์ทำไม่ได้
ริมฝีปากบางของอาโตเบะเม้มแน่นตลอดเวลา ใบหน้าคล้ายจะยกสูงขึ้นเหลือบมองฟูจิแล้วปรายตามองเทะสึกะ การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของใครบางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสีน้ำเงินมีแววโศกลึก...ที่ไม่สามารถบอกได้ว่าด้วยเหตุใด
"ชอบรึไง" น้ำเสียงขึ้นสูงถามขึ้นทำลายความเงียบ ฟูจิเหลือบตามองกัปตันเฮียวเท...คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพวกสนใจแต่เพียงตัวเอง เขายิ้มบางๆแล้วตอบกลับ "ชอบ...มันเย็นจัดจนแทบแข็ง แต่ว่าก็หอมจนเลิกชอบไม่ได้เสียที"
"ก็ดีที่ชอบ" พูดเบาๆแล้วมองออกนอกหน้าต่าง แกล้งละความสนใจไปที่บนท้องถนน..ทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่าดูสักนิด
เทะสึกะยกชาดำขึ้นเป่าแล้วดื่มช้าๆ ปล่อยให้ปลายลิ้นรับรสขมขื่นลิ้นที่กลายเป็นความหอมในโพรงจมูก แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าจะเจอคนที่ 'เคย'ชอบ ที่นี่ นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองฟูจิที่ยิ้มนิดๆอยู่ตลอดเวลาราวกับจะซ่อนดวงตาเอาไว้...อย่างที่เคยทำทุกครั้งในเวลาเจ็บปวด
...ฟูจิไม่เคยรู้...เรื่องใครที่เคยเป็นคนในใจเขา...
"สโคนหน่อยมั้ย?" โอชิทาริถามแล้วยื่นส่งส่วนที่ยังไม่ทาแยมให้ฟูจิ มือเล็กรับมาวางในจานเล็กตรงหน้า ก่อนจะคว้ากระเป๋าเงินเปิดเอาเหรียญที่มากกว่าราคาเชอร์เบทเล็กน้อยวางไว้ที่โต๊ะ
"ขอโทษนะฉันขอตัวกลับก่อน..ฝากจ่ายด้วยนะโอชิทาริ" พูดจบก็เดินออกจากร้านไปในลักษณะที่เกือบจะเรียกได้ว่าวิ่ง
กัปตันเซชุนหยิบเหรียญวางและแทบจะวิ่งตามไปในทันที แต่ก่อนที่จะออกจากร้านเขาหยุดยืนนิ่งพลางก้มหัวน้อยๆมาทางคนที่กำลังแกล้งไม่รู้ร้อนรู้หนาวมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้ววิ่งตามร่างบางที่หายลับไปในซอกตึกอย่างรวดเร็ว
ในร้านยังคงเปิดแผ่นบรรเลงเพลงแจ๊ซเพลงเดิม แต่เสียงทรัมเป็ตที่ขึ้นสูงบอกให้รู้ว่าใกล้จะถึงช่วงจบเต็มที เครื่องตีดังรัวแล้วหย่อนจังหวะสุดท้ายให้จบลงพร้อมกัน เจ้าของร้านหยิบแผ่นเพลงออกจากเครื่อง ในร้านเหลือเพียงความเงียบงัน
"ทำไม...ต้องมาให้เห็นด้วยนะ" มือเรียวคว้าตุ๊กตาตัวน้อยที่เจ้าของปล่อยทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาจับดู ริมฝีปากยกยิ้มแต่กลับมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสายเลอะผิวแก้ม ดวงตาหวั่นไหวสั่นริก คอที่เคยยืดตรงกลับโน้มต่ำให้ดวงตาจับอยู่ที่โต๊ะไม้มะฮอกกานีสีอ่อน
"ฉันอุตส่าห์ดีขึ้น ดีจนคิดว่าเกือบจะลืมเขาได้...เกือบจะเลิกเสียใจได้แล้วเชียว"
โอชิทาริเอื้อมมาขยี้เส้นผมนุ่มสลวยแล้วดันหน้าผากขึ้นเลื่อนมือลงมาปิดทับดวงตา หยาดใสอุ่นรินรดร่องนิ้วแผ่ซึมซาบลงผิวหนัง
"แล้วสักวัน..นายจะเข้มแข็งพอที่จะมองเขามีความสุขได้ อาโตเบะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าอบอุ่นปลอบโยนแผ่วเบา โอชิทารินั่งมองภาพคนตรงหน้าร้องไห้ด้วยหัวใจปวดร้าว
...ก้อนน้ำแข็งที่สง่างาม กำลังโศกเศร้าอยู่เดียวดายท่ามกลางทะเลลึก...
...เพราะดวงอาทิตย์เลือกจะส่องแสงลงสู่ธาราสายเล็ก ที่ไหลอยู่ภายใต้ท้องฟ้าสีครามบนผืนแผ่นดิน...
มือใหญ่ดันหน้าผากอาโตเบะให้สูงขึ้นอีกแล้วลุกยืนโน้มกายลงจรดริมฝีปากลงที่กลีบปากสีกุหลาบแผ่วเบา...จุมพิตรสน้ำตาที่หวานและขมขื่น
...แต่ก้อนน้ำแข็งเอง ก็มิได้รับรู้ความรู้สึกของพระจันทร์เลยเช่นกัน...
...พระจันทร์ที่คอยเฝ้ามองอยู่อย่างห่างๆ รอวันที่จะได้ส่องแสงเยือกเย็นลงบนผิวน้ำแข็งบ้าง..สักครั้ง...
.
.
.
.
To Be Con
-ตะแน๊ววว ใครบอกว่าเราจะจบ ย๊างงง มันยังมีต่อฮ่ะ
-อีชี่คนดีเกิ๊น รู้สึกขัดๆมั่งมั้ยยะชี่ /อีคนเขียนไม่กล้าให้บทเยอะ กลัวความเลวโผล่
-ได้กลั่นแกล้งเบะเล็กน้อย สะใจ อิอิอิ
-เทะสั่งชาดำ แก่ได้อีก
-เมนูที่ฟูสั่ง...เอามาจากหนังสือสอนทำอาหารและขนม
-...เชื่อเหอะว่าหมีปิ่นชอบอ่านหนังสือพวกนั้น
-เพิ่งสอบเสร็จ ลงฉลอง
-ได้ข่าววันศุกร์ก็สอบอีก TwT
-วันที่1-2กันยาเจอกันที่งานไมนิจิ พารากอนก๊าบบบ
edit @ 2007/08/22 21:20:08