ร่างเล็กวิ่งผลุนผลันออกมาจากร้านเลี้ยวโค้งไปยังทิศทางที่ไม่คุ้นเคย ถนนเส้นยาวที่ทอดตัวไปเบื้องหน้ามีแต่ผู้คนที่ไม่รู้จัก พนักงานบริษัทผู้อ่อนล้าหลบวูบเมื่อร่างเล็กวิ่งผ่านไป ปลายเท้าซอยถี่ยิบแทนความอัดอั้นตันใจที่เอ่ยมาเป็นคำพูดไม่ได้
ซอกมุมตึกสีขาวที่ตั้งตระหง่านกลางใจเมืองนั้นมีร้านดอกไม้เล็กๆที่ใกล้จะได้เวลาปิดร้านอยู่ พนักงานร้านกำลังหอบกระถางดอกไม้เข้าสู่ภายในอาคาร ฟูจิที่วิ่งมาด้วยความเร็วชนกับหญิงสาวที่หอบดอกทิวลิปกองใหญ่เข้าอย่างจังส่งผลให้ทั้งสองคนลงไปนอนที่พื้น ทิวลิปใหญ่น้อยกระจัดกระจายอยู่ริมทางเดิน บางดอกถูกเหยียบย่ำโดยคนที่ไม่ระวัง บางดอกก็ช้ำจากแรงกระแทก
"ขะ..ขอโทษครับ" น้ำเสียงเหนื่อยหอบพูดเร็วๆ "เดี๋ยวผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้"
ฟูจิโค้งตัวหลายครั้ง เขาหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาแล้วส่งแบงค์พันเยนหลายใบให้โดยไม่ถามราคา หญิงสาวเจ้าของร้านลุกขึ้นพลางปัดฝุ่นดินตามเนื้อตัว
"ดอกทิวลิปนี่ราคาไม่สูงมากหรอกค่ะ มันเป็นดอกไม้ที่ใกล้จะทิ้งแล้ว" เธอพูดช้าๆแล้วก้มลงหยิบดอกไม้ทีละดอกเข้ามารวบในอ้อมแขน เด็กหนุ่มกุลีกุจอช่วยก้มเก็บให้เช่นกัน...แม้จะเร่งรีบจนอยากจะจ่ายเงินแล้ววิ่งหนีต่อก็ตาม
"คือว่า...ต้องขอโทษจริงๆครับ" เด็กหนุ่มยื่นเงินให้อีกครั้ง เจ้าของร้านมีทีท่าลำบากใจแต่ก็ดึงเงินจากในมือไปสองใบ
"ราคาพิเศษค่ะ รอสักครู่นะคะ" เธอขอดอกไม้ในมือแล้วเดินเข้าร้านไป ร่างเล็กยืนกระวนกระวาย จะบอกปฏิเสธก็กลัวเสียมารยาท จะอยู่รอก็กลัวว่าใครบางคนที่อาจจะตามมา..จะมาทันตนเอง
"ขอโทษที่ให้รอนะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ..เอ่อ..." ฟูจิมองดอกไม้ในอ้อมกอดหญิงสาว ทิวลิปสีชมพูอ่อนถูกห่อด้วยกระดาษสีใสแล้วผูกโบว์ที่ปลายช่อ ร่างบางรับเอาไว้แล้วโค้งตัวขอบคุณอีกครั้ง
ฟูจิก้าวยาวๆพลางหันซ้ายขวามองไปรอบๆ ลมหายใจระบายออกมาอย่างโล่งอกเพราะไม่เห็นเงาของใครบางคนที่ตัวเองหนีมา...
บางที..การได้รับรู้ในเรื่องที่อยากรู้มาตลอด..ก็เจ็บปวดจนทนไม่ไหว
อาโตเบะ เคย์โกะคนนั้น...กับเทะสึกะ
"ฟูจิ" เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้สันหลังเย็นวาบ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคย..เสียงที่อบอุ่นจนคิดเข้าข้างตัวเอง
เท้าทั้งสองข้างเหมือนถูกหมุดที่มองไม่เห็นมาตรึงเอาไว้ ไม่สามารถขยับตัวได้เมื่อคนที่ตามมาเดินเข้ามาใกล้ มือที่สัมผัสกัน ช่อดอกไม้ที่ถูกรับไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...ทำไมไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
"เพราะอะไร"
คำถามสั้นๆแต่เนื้อความที่แฝงอยู่ทำให้ต้องหลบสายตาที่ส่งมา
เพราะอะไร...ถึงวิ่งหนี
เพราะอะไร...ถึงอยู่ที่นั่นไม่ได้
เพราะอะไร...ถึงต้องดีใจตอนที่ได้เห็นหน้านาย
"นั่นสินะ...เพราะอะไร" ไม่ตอบคำถาม ไม่อธิบาย ฟูจิปล่อยให้คำตอบในใจถูกปิดตายเอาไว้
"ไม่ชอบที่อาโตเบะอยู่ด้วยใช่ไหม"
คำพูดที่ราวกับล่วงรู้ถึงความในใจเอ่ยออกมาเบาๆ เทะสึกะแตะที่ข้อศอกเล็กแล้วเดินห่างออกมาจากร้านดอกไม้ มุมตึกที่ไร้ผู้คนถูกเลือกมาเป็นที่สำหรับพูดคุย
"จะไม่ชอบได้ยังไง ในเมื่ออาโตเบะเป็นฝ่ายมาก่อนด้วยซ้ำ"..ใช่ แถมเป็นในทุกๆด้านอีกต่างหาก
"........" ฝ่ายที่ถามกลับนิ่งเงียบไป
"นี่...อาโตเบะน่ะคือคนนั้นใช่ไหม" น้ำเสียงอ่อนหวานถามมั่นคง ฟูจิเงยหน้าขึ้นช้าๆสบตาอีกฝ่ายแล้วคลี่ยิ้มบางเบา
ร่างสูงนิ่งไปนิดหนึ่ง ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าออกอยู่นานไม่แสดงอาการทั้งตอบรับและปฏิเสธ ฟูจิไล่สายตาไปยังดอกไม้สีชมพูสดแทน
ทั้งๆที่ช่อดอกไม้นั้นเคยสวยงามอยู่มากมาย แต่เมื่อถูกเหยียบย่ำทำลาย...สุดท้ายก็ไม่มีใครเห็นคุณค่า
เป็นแค่ดอกไม้ที่'เคย'สวยเท่านั้น พอเหี่ยวเฉา บอบช้ำ ร่วงโรย ก็ถูกโยนทิ้งลงถังขยะ
แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งมันก็'เคย'ได้รับความรัก...
ฟูจิเม้มริมฝีปาก แพขนตายาวหรุบต่ำลงช้าๆแล้วดึงดอกไม้ในอ้อมกอดของเทะสึกะกลับมา
...ฉันก็อยากเป็นดอกไม้บ้าง...
...เพราะอย่างน้อย..แม้จะถูกโยนทิ้งทีหลังแต่ก็ยังพอเหลือความทรงจำของสิ่งที่เรียกว่ารัก...
"ว่ายังไงล่ะ.." ฟูจิถามเบาๆอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ศีรษะได้รูปของเทะสึกะจะผงกลงช้าๆแทนคำตอบ
"นั่นสินะ ทำไมไม่เคยคิดถึงเขามาก่อนเลย" ศีรษะเล็กเอียงลงซบดอกไม้ แม้ว่าจะไม่มีน้ำตา..แต่มันก็เป็นเพราะเจ็บจนร้องออกมาไม่ได้ มีดที่มองไม่เห็นเฉือนแบ่งหัวใจ คมกริบของมันปาดลงให้เจ็บในอกลึกๆ
"แต่ว่าตอนนี้..ทุกอย่างมันจบ และฉันก็รู้เสียทีว่าที่จริงแล้วฉันรักใครกันแน่" น้ำเสียงมั่นคงพูดช้าๆแล้วดึงฟูจิเข้ามาในอ้อมกอด
"ต่อให้พูดสักอีกกี่ครั้ง สิ่งที่ฉันยืนยันได้คือ...ฉันรักนาย"
ริมฝีปากของเทะสึกะแตะเบาๆที่กลางศีรษะ แต่กลับเป็นฝ่ายคนในอ้อมกอดที่เบี่ยงตัวหลบออกไป ท่อนแขนที่โอบรัดกอดไว้ไม่แน่นพอที่จะทำให้อึดอัดและไม่หลวมพอที่จะถูกสะบัดออกได้ ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นสบตา ใต้กรอบแว่นทรงรีที่คุ้นเคยมีบางสิ่งบางอย่างที่ส่งมาให้...มากพอที่จะกล้าเอนหัวลงซบที่อกกว้าง
...บางสิ่งที่ไม่ต่างกับที่สะท้อนอยู่ในแววตาตนเอง...
...บางสิ่งที่เรียกว่ารัก...
"ไม่อยากจะเชื่อเลย..." ริมฝีปากบางเม้มแน่น ทั้งที่อยากจะมีความสุขแต่ก็กลัว...เพราะครั้งหนึ่งที่เคยให้ไปก็กลายเป็นของไร้ค่า
"ฉัน..รู้ดีว่าที่ผ่านมามันทำร้ายนายแค่ไหน แต่ฉันจะไม่ทำผิดซ้ำสอง" เทะสึกะจุมพิตบางเบาที่แก้มเนียน กลิ่นหอมบางๆที่โชยออกมาจากผิวกายทำให้หวนนึกถึงวันที่ได้กอดเป็นครั้งสุดท้าย
...ขอโทษนะที่บังคับให้นายต้องทำแบบนั้น...
...อยากย้อนเวลากลับไป ในวันนั้นถ้ารู้ใจตัวเองเสียก่อน คงจะได้ยื้อนายไว้ก่อนจะเป็นของใครคนอื่น...
ซากุระในวันนั้นและเงาร่างของใครบางคนยังไม่จางหาย เพียงสบตาชั่ววูบก็รู้ดีว่าคนๆนั้นคิดอะไรกับฟูจิ
"หนึ่งอาทิตย์นับจากนี้ไป นายมาที่บ้านฉัน...ได้ไหม"
คำถามที่เปล่งออกมาทำให้คนในอ้อมกอดนิ่งแข็งทื่อ สิ่งที่เพิ่งอบอุ่นในอกหายไปเหลือแต่มีดน้ำแข็งที่ตัดขั้วหัวใจ
...อ่อนโยน? ตลกน่า เห็นไหมสุดท้ายก็ลงเอยแบบเดิมๆ...
...ตกหลุมพรางของคนๆนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า น่าสมน้ำหน้าตัวเองจริงๆ...
"ฉันไม่ขำนะ จะให้ไปทำไมในเมื่อ...เราไม่ได้เป็นคนรักกันสักหน่อย" เค้นคำพูดทีละคำจนลำคอแหบแห้ง ริมฝีปากสั่นจนต้องขบกัดเอาไว้
"ก็เพราะไม่ใช่คนรัก ฉันเลยขอให้ไป" เทะสึกะพูดเรียบๆแล้วปล่อยแขนออก
"หวังว่าฉันคงไม่ต้องรอเก้อนะ..." ร่างสูงพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป
เมื่อแผ่นหลังลับตา ร่างบอบบางก็ทรุดลงนั่งบนพื้น ดอกไม้สีชมพูอ่อนหลุดจากอ้อมกอดหล่นกระจายเต็มพื้นแต่คราวนี้เขาไม่สนใจจะเก็บ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองเจ้าดอกไม้บอบบางที่เปรอะเปื้อนฝุ่น ไม่มีน้ำตาให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า
ทว่า..เสียงสะอื้นในอกกลับดังเหลือเกิน
.....................................
"ทาจิบานะ"
เสียงทุ้มต่ำเรียกจากทางด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีอ่อนและกางเกงยีนส์หับขวับกลับมาทันที ใบหน้าคร้ามแดดนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาเหมือนที่เคย ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนจะเงียบจนน่ากลัวกว่าทุกครั้ง
"มีอะไร เทะสึกะ" แม้จะแปลกใจที่กัปตันของเซชุนโทรมาหาตอนใกล้ค่ำเช่นนี้แต่ระหว่างคิ้วก็ยังขมวดแน่นขึง
เท่าที่รู้มา เพราะเทะสึกะคนนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้คนที่เขารักต้องร้องไห้
...แล้วในวันนี้ จะมาเจอกันทำไม...
"ฉันมีบางเรื่องที่อยากจะถามนาย" น้ำเสียงเรียบตึงบอกทาจิบานะว่าเทะสึกะเองก็ไม่ได้พอใจกับการที่มาหาเขานัก ทาจิบานะยักไหล่แล้วไม่พูดอะไรต่อ
"นายชอบฟูจิใช่ไหม"
ทาจิบานะหันกลับมาเผชิญหน้านิ่ง สายตาคมดุจสิงโตมองสบตาชั่วครู่ "...รัก..ท่าจะถูกมากกว่า"
"แล้วฟูจิ..." เสียงสุดท้ายทิ้งลงลำคอ ไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากไปกว่านั้น
รอยยิ้มขมขื่นผุดติดบนใบหน้าเด็กหนุ่ม มือหนาใหญ่ที่คอยโอบอุ้มฟุโดมิเนะยื่นออกมาตรงหน้า..ระหว่างกลางของคนทั้งสอง มือนั้นแบออกช้าๆพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมา
"นายเห็นอะไรในมือฉันไหมล่ะเทะสึกะ"
ดวงตาสีน้ำตาลภายใต้กรอบแว่นฉายแววสนเท่ห์ ร่างสูงเลือกส่ายศีรษะแทนคำตอบ
"นี่แหละคือคำตอบของคำถามนั้น ที่ฟูจิให้ฉันมาก็คือความว่างเปล่า..." มือที่ยื่นออกมาหดลงซุกกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเครียดขึ้งของอีกฝ่ายที่คลายออกทำให้คนมองว่า..อย่างน้อยความจริงที่เขาบอกไปก็ช่วยให้ใครบางคนสบายใจมากขึ้น
"นายก็รู้นี่ว่าคนที่ฟูจิรักคือใคร" เขาพูดออกมาแล้วก้าวเท้าออกห่างช้าๆ
ใช่ว่าไม่เจ็บ...แต่ถ้าเขายอมเจ็บเพียงคนเดียวเพื่อให้คนสองคนมีความสุข...คงดีกว่า
ถึงยื้อยุดต่อไป...ฟูจิก็ไม่มีวันที่จะหันมารักตนเองได้
ถ้าอย่างนั้นแล้ว จะทำไปเพื่ออะไร
"ทาจิบานะ" เทะสึกะเอ่ยชื่อคนตรงหน้าเสียงแผ่ว แววตาแห้งแล้งของอีกฝ่ายทำให้ความรู้สึกผิดซัดโถมเข้ามาหา แต่กระนั้น เทะสึกะก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
"ฉันคงไม่ต้องบอกว่าดูแลฟูจิให้ดีๆใช่ไหม...ฉันรู้ว่านายจะทำให้เขามีความสุข.."...มากกว่าฉัน อีกคำที่ละทิ้งไปเพื่อไม่เตือนใจให้เจ็บ
"ใช่"
คำตอบรับเรียกรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าขึ้นมาได้ ทาจิบานะตบที่ไหล่หนาของร่างสูงเบาๆแล้วโบกมือให้ เทะสึกะโค้งศีรษะแล้วหันหลังกลับ เดินจากไปเพื่อให้เวลากัปตันของฟุโดมิเนะได้อยู่กับตัวเอง...เพราะรู้ว่าถ้าตนเองเป็นฝ่ายที่ต้องเสียฟูจิไปแล้ว..จะมีอาการเช่นไร
แสงจันทร์สีนวลวาดรัศมีอ่อนบนฟากฟ้า เงามือที่เมฆหมอกบดบังได้จางหายไปหมดสิ้น ณ ตอนนี้ พระจันทร์ดวงน้อยลอยโดดเด่นอยู่บนฟ้าเคียงคู่กับรัตติกาลมืดมิด
น้ำใสหยดหนึ่งไหลออกจากดวงตาเข้มแข็งทิ้งรอยทางเอาไว้ที่ข้างแก้ม แนวเปียกชื้นบนขนตาที่หรุบลงซ่อนดวงตาที่เอ่อล้น
แต่เส้นผมที่ตัดสั้นไม่สามารถซ่อนใบหน้าเศร้าส้อยจากแสงจันทร์อันเดียวดายได้เลย...
.
.
.
.
To Be Con...
Talk:
ก..กว่าจะเข็นออกมาได้ การแต่งฟิคคนเดียวนี่มันยากแท้หนอ (555)
ตอนแรกกะว่าจะอัพตรงกับวันเกิดเทะสึกะ แต่ว่า....ไม่ทัน (+ขี้เกียจ)
เลยเลทวันนึง ไม่เป็นไรเนาะเทะเนาะ
สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะยะ พ่อคนหน้าแก่
ขอบคุณซาร่าที่กระตุ้นจนคลอดออกมาได้สำเร็จนะจ๊ะ กอดๆ จุ๊บๆ
ว่าแต่ไอ้เราแลกกันน่ะ...ทำใจลำบากชิบเป๋งเลยว่ะ
ไปล่ะบายบี๋ ช่วงนี้หมีจำศีล(?) นอนบ่อยนอนเยอะ
ป.ล. หนูกริมน้อยๆแปลงร่างเป็นแมวแล้วกล้ามหาย...อุเคะสิ้นดี
ป.ล. น้องงูน่ารัก ฟูโมเอ๊ น้องยาเซะซี่ (???)
ป.ล. ปิดเทอมลัลล้า เค้ารักปิดเทอมมมมมม
ป.ล. ทุกคนอยากเห็นอินุอิมีนมใส่กระโปรงสั้นมั้ยค่ะ ผลงานซาร่าช่างได้ใจจริงๆ กรั่กๆๆ