2007/Dec/19

 

‘ปัง’

 


เสียงปืนดังลั่นสอดแทรกในความเงียบ ปลายนิ้วยาวคลายออกจากท่อนเหล็กเรียวเย็นเยียบ ชายชุดดำละสายตาจากเหยื่อที่ล้มลงไปบนพื้นถนน เลือดแดงฉานย้อมหิมะยามค่ำคืน เป็นสีคล้ำแผ่เต็มพื้นถนนคอนกรีต เสียงกรีดร้องหวีดโหยหวนลั่นประสานโดยไร้จังหวะแต่เจ้าของซิมโฟนีแห่งความตายกลับมิได้ยินเสียงแม้สักเสี้ยว ควันเขม่าปืนสีเทาจาง ลอยสู่ฟากฟ้าแทนเปลวควันส่งวิญญาณของชายผู้นั้นไปสู่โลกอีกด้านหนึ่งอันมืดมิด
 
ปืนยาวสีดำขลับถูกถอดลำกล้องออกเป็นสามส่วนแล้วเก็บใส่กระเป๋าเจมส์บอนด์สีเดียวกับนัยน์ตาภายใต้กรอบแว่น ยมทูตที่เพิ่งส่งมอบความตายดันแว่นขึ้นชิดใบหน้าพร้อม กับสวมเสื้อโค้ทสีอ่อนทับเข้ากับเสื้อสูท มือใหญ่กระชับกระเป๋าแน่นพลางเดินลงจากดาดฟ้าของตึกสูงเข้าไปปะปนกับเหล่าคนเดินถนนอย่างรวดเร็ว
 
ร่างสูงทอดก้าวให้ช้าลง ใบหน้าขาวสะอาดแหงหน้าขึ้นมองหิมะที่โปรยปรายลงมา เกล็ดละอองของมันตกลงที่ปลายจมูกแผ่ความเย็นซึมซาบผ่านผิวเนื้อ ฉากหน้าที่แปลงเป็น นักธุรกิจตีสีหน้าเยือกเย็นจ้องมองร่างที่เพิ่งช่วงชิงชีวิตไปเมื่อไม่กี่นาที
 
...หนึ่งชีวิตที่ปลิดปลิว เพื่อแลกกับการดำรงของอีกชีวิตหนึ่ง...
 
ลมหนาวพัดต้องเส้นผมสีดำเสยไปด้านหลังจนยุ่งเหยิง นัยน์ตาหยามหยันต่อคนทั้งโลกจ้องมองอีกเป็นครั้งสุดท้าย ความมืดโรยตัวเข้าโอบเมืองกลืนร่างชายที่เดินลับมุมตึกไป

 

 

........................................................................................

 


ตึกสีขาวสูงแปดชั้นตั้งตระหง่านอยู่แถบชานเมือง สีขาวตัดกับเมฆสีฟ้าเจิดจ้าจนแสบตา รั้วระแนงเหล็กของโรงพยาบาลกั้นเป็นแนวขวางจำกัดพื้นที่ระหว่างสวนกับถนนที่รถใช้ สัญจรเพื่อความปลอดภัย สวนน้อยหน้าโรงพยาบาลถูกหิมะที่เริ่มตกตั้งแต่เมื่อวานปกคลุมจนขาวโพลนลานตาทอประกายระยิบระยับล้อกับแสงอ่อนของดวงอาทิตย์
 
เด็กชายตัวเล็กใส่ชุดคนไข้สีเขียวอ่อนสวมทับด้วยเสื้อหนาวแบบมีฮู้ดนั่งกอบหิมะปั้นเป็นลูกกลมๆเล็กๆอยู่บนพื้น นัยน์ตาสีน้ำเงินวาวระยับรับกับรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นผู้มาเยือน
 
“พี่ชายมาแล้ว” ยูคิลุกขึ้นจากพื้นโผเข้าใส่อ้อมแขนที่อ้าออกกว้าง ลำแขนเล็กป้อมโอบรอบลำคอหนา มือใหญ่ปลดมือของเด็กชายออกแล้วเป่าลมหายใจอุ่นๆรินรด
 
“ไม่หนาวเหรอยูคิ ออกมาเล่นข้างนอกแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายขึ้นมาอีก”
 
“ออกมาแป๊บเดียวเองนี่ฮะ ก็ผมอยากได้คุณกระต่ายนี่นา” น้ำเสียงเง้างอดพูดจ้อก่อนจะชี้มือไปที่ลูกกลมๆไม่เป็นทรงบนพื้น “แต่ว่าคุณกระต่ายไม่เป็นคุณกระต่ายเลย”
 
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ปั้นให้แล้วกัน”
 
“ขอบคุณฮะพี่อินุอิ”
 
เจ้าของชื่อยิ้มรับแล้วกอบหิมะขึ้นมาปั้นเป็นรูปทรงกลมค่อนไปทางรีเล็กน้อย กระต่ายหิมะเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมา หูเรียวยาวสีสะอาดทำให้เด็กชายตัวน้อยตาวาวด้วยความตื่นเต้น เขาค่อยๆยื่นมือมารับจากชายตัวใหญ่..พี่ชายใจดีที่มาโรงพยาบาลแห่งนี้บ่อยๆ
 
“เข้าไปข้างในไหม” อิอินุชวนแล้วจูงมือเล็กๆเข้าข้างในส่งให้พยาบาล
 
“พี่ไปก่อนนะ”
 
“ฮะ  แล้ววันหลังมาเล่นกันใหม่นะฮะ” 
 
ร่างสูงโบกมืออำลา อินุอิเดินไปยังห้องประจำอันแสนคุ้นเคย ทางเดินของโรงพยาบาลแห่งนี้หากจะบอกว่าสามารถหลับตาเดินได้ก็ไม่ผิด จะสองปีแล้วที่เขาเทียวไปเทียวมาระหว่างที่นี่กับบ้านริมทะเล...สถานที่เขาเคยอยู่กับคนสำคัญเพียงสองคน
 
อินุอิเคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะเปิดมันออกกว้าง อากาศในห้องอบอุ่นต่างกับภายนอกลิบลับ เครื่องทำความร้อนให้ความอบอุ่นแก่ร่างคนที่นอนอยู่บนเตียงสม่ำเสมอ ใบหน้าสีน้ำผึ้งหลับตาพริ้มมีแสงแดดจากหน้าต่างส่องอยู่ อินุอิเดินไปรูดม่านบังแสงแดดให้แล้วหันกลับมายิ้มอุ่นละไม
 
“ว่าไงบ้าง หืม?” มือใหญ่ที่เย็นเยียบแตะเสยเส้นผมที่ตกระหน้าผากก่อนจะก้มตัวเข้าใกล้
 
“ไม่เป็นไงหรอกฮะรุ่นพี่ ถามอะไรแปลกๆ” รอยยิ้มบางๆจับอยู่ที่ริมฝีปาก แต่ดวงตาสีดำขลับฉายแววกังวลระคนหงุดหงิดที่เขาเป็นห่วงเกินเหตุ ไคโดกระพริบตาถี่แล้วเอื้อมมือมาแตะใบหน้า
 
“อากาศหนาวระวังเป็นหวัดนะฮะ”
 
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ เอาแต่นอนในโรงพยาบาลแบบนี้ร่างกายอ่อนแอได้ง่าย”
 
ดวงหน้าที่สะท้อนในแววตายิ้มกว้าง “ผมจะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ แข็งแรงจนกว่าจะเดินใต้ท้องฟ้ากลางแสงแดดได้เลยล่ะ”

 

 

“ว่าไงบ้าง หืม?” คำถามที่ซ้ำครั้งที่สองดังขึ้น แต่ภาพในหัวสมองเมื่อครู่ก็ไม่มีวี่แววจะเป็นไปได้ ความจริงที่เขาเผชิญอยู่คือคนตรงหน้าที่มีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่กว่าครึ่งหน้า ขนตายาวทาบทับอยู่บนผิวแก้มไม่กระดิกแม้สักเส้น ท่อนแขนเรียววางอยู่ข้างกายไม่รับรู้ต่อสัมผัสบนหน้าผาก ไคโด คาโอรุ นอนนิ่งอยู่บนเตียงไร้การตอบสนองทางร่างกายใดๆทั้งสิ้น
 
สองปีหลังจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับสวนเลนพุ่งเข้าชนไคโดที่เพิ่งได้ใบขับขี่และกำลังขับรถไปอวดเขาที่ห้องวิจัยยา อินุอิก็ได้แต่เฝ้ารอปาฏิหาริย์ให้บังเกิด จากอาทิตย์เป็นเดือนจากเดือนเป็นปี จวบจนปีที่สองในปัจจุบัน  สิ่งที่เขารอคอยก็ยังมาไม่ถึงแม้สักครั้ง
 
...แต่สิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งเขาไว้ คือความทรงจำแสนสุขในวันวาน
 
...และอนาคต...ที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงหรือไม่
 
นัยน์ตาอ่อนโยนมองคนรักอีกครั้งแล้วจึงลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง มือหนาใหญ่เต็มไปด้วยรอยแผลดึงมือของไคโดมานวดเบาๆเพื่อทำกายภาพบำบัดไม่ให้ร่างกายยึดติด นิ้วโป้งกดไล้กลางฝ่ามือไปมา หลังจากมือเสร็จก็พลิกตัวไคโดไม่ให้เกิดแผลกดทับก่อนจะเริ่มต้นนวดกล้ามเนื้อที่ขาต่อ แรงมือไม่หนักนักบีบไล่ที่โคนขาจรดฝ่าเท้าโดยไม่รังเกียจแม้แต่น้อย
 
...ทำทุกอย่างเพื่อที่วันใดไคโดตื่นขึ้นมา จะได้ไม่ลำบากในการใช้ชีวิต
 
...แต่เปลวเทียนเล่มน้อยกลับทอแสงริบหรี่ท่ามกลางพายุกระหน่ำ
 
“....ฉันรออยู่นะ...”
 
“ฉันจะรอนายเสมอ...รอให้นายยิ้มให้ฉันอีกครั้ง รอให้โกรธฉัน รอให้หงุดหงิด ร้องไห้ หัวเราะด้วยกัน...อีกครั้ง”
 
อินุอินั่งลงที่ข้างเตียงมือเล็กที่กุมเกาะไว้ถูกแนบแก้มลงไปพร้อมๆกับรอยจุมพิต
 
“ฉันยังอยากคุยอะไรกับนายอีกมากมาย ช่วงเวลาสองปีมีเรื่องที่อยากเล่าให้นายฟังเยอะแยะ รีบตื่นขึ้นมาฟังฉันสิไคโด”
 
แม้ใบหน้าจะเปื้อนรอยยิ้ม แต่ลึกลงไปในดวงตากลับเศร้าหมอง ดวงตาแห้งแล้งไร้น้ำตา...เพราะกลัวคนรักของตัวเองรับรู้ถึงความอ่อนแอ
 
“ได้ยินฉันไหม....”


 
‘ก็อกๆ’


 
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะคำพูด ชายชุดขาวร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ หูฟังแขวนพักไว้ที่ลำคอข้างปากกาเหน็บกระเป๋าเสื้อ เขาเดินเข้ามายืนฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยทัก
 
“พยาบาลบอกฉันว่านายมาหาไคโด”
 
อินุอิเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาว่างเปล่า ราวกับคนที่ยืนอยู่เป็นอากาศธาตุ
 
“เขายังไม่ตื่นหรอก....และไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร หรือมันอาจจะ..”
 
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้เทะสึกะ!! เขาต้องฟื้น” อินุอิพูดสวนเสียงกร้าว มือที่จับไคโดไว้กุมแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
 
“นายจำเรื่องที่ฉันเคยพูดให้ฟังได้ไหม นายตัดสินใจว่ายังไง”
 
เทะสึกะพูดเสียงเรียบ นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นเลื่อนออกจากภาพตรงหน้า มือของคนที่เข้มแข็งมาตลอดกำลังดึงขยุ้มผ้าปูที่นอน อีกข้างยื้อยุดไคโดไว้เหมือนกลัวเขาจะมาพรากไป
 
...ใช่ว่าไม่รู้สึกรู้สม แต่ถ้าปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินแบบนี้ต่อไป...
 
...มันจะไม่มอบผลดีให้แก่ใครเลย... 


“Mercy Killing? นายกล้าเตือนฉันเรื่องที่ทำร้ายไคโดได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ นายเห็นชีวิตเขาเป็นอะไรกัน!!”
 
“สองปีที่ผ่านมาล่ะอินุอิ นายได้แต่เฝ้ารอเฝ้าหวัง ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าสมองไคโดนะ...”
 
“ออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้เทะสึกะ!!”
 
เสียงตวาดของอินุอิเรียกความมึนตึงบนใบหน้าหมอหนุ่ม เทะสึกะมองไคโดแล้วหันหลังหลับเดินออกจากห้องไปทันที ตาขุ่นมัวมองไล่หลังออกไปแล้วทิ้งตัวพิงเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน เสียงอ่อนแรงพูดพึมพำเบาๆ
 
“ไคโด...ไม่เป็นไรนะ  ฉันไม่ยอมหรอก...ไม่ยอม...”
 
เสียงทุ้มต่ำพูดกระซิบข้างหู ปลอบประโลมคนรักที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราด้วยความทะนุถนอม

 


..............................................................................................

 


เป็นอีกครั้งที่เขาต้องจ้องมอง ‘เหยื่อ’ ผ่านความมืดมิด ลำกล้องส่องไปยังเป้าหมายแล้วเหนี่ยวไกโดยไร้ความลังเล เสียงกระสุนพุ่งแหวกอากาศเจาะเข้ากลางศีรษะ ร่างที่ห่างออกไปล้มลงโดยไร้เสียง...และอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นคนบนโลกนี้อีกแล้ว
 
...ตายไปอย่างเงียบเชียบ ไร้ความทรมาน....
 
...เซ่นสังเวยแด่เทพเจ้าแห่งความตายในชื่อเรียกใหม่ว่า...เงิน...
 
อินุอิถอดลำกล้องแยกชิ้นส่วนเช่นทุกครั้ง เงาด้านมืดเช่นนี้ไม่มีใครได้รับรู้ เบื้องหลังของอดีตนักวิจัยในห้องแลบคือนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญในการยิงปืน เพราะตอนที่เกิดอุบัติเหตุแรกๆเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และหลังการผ่าตัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็ยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าการเริ่มต้นในวงการนี้มาจากไหน แต่เขาได้พบกับ ‘บอส’ ที่สนามซ้อมยิงปืนหลังจากเขาไประบายความเครียดจากเรื่องที่รุมเร้า ข้อเสนอที่น่าสนใจเป็นเงินก้อนโตในแต่ละครั้งแลกกับหยาดเลือดที่เปรอะเปื้อนมือ
 
...ที่ไม่ว่าล้างเท่าไร..ก็ไม่หมด...
 
อินุอินั่งแท็กซี่ไปรับเงินก้อนใหญ่จากบอส เหยื่อวันนี้ถูกจ้างวานให้ฆ่าในราคาที่สูงกว่าความยากลำบากมากนัก ซองเงินในกระเป๋าเสื้ออุ่นวาบเข้าไปราวกับเปลวไฟที่แผดเผาจิตสำนึกของมนุษย์ที่แสนเปราะบางถูกฉาบทับทิ้งไว้เบื้องหลัง...เขาไม่บอกว่าสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำตอนนี้เป็นเพราะไคโด ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะเขาเอง
 
...เพราะกระหายในความสุขที่สุดจะเอื้อมมือคว้า...
 
วันนี้เขาจะไม่ไปหาไคโด ข้อความผูกมัดที่เขาสัญญากับตัวเองไว้คือ...จะไม่ไปพบคนรักในวันที่ทำงานเช่นนี้ อินุอิลงจากแท็กซี่แล้วเดินเตร่ไปในห้างสรรพสินค้าที่เริ่มร้างผู้คน

อินุอิเดินไปที่เคาน์เตอร์ซื้อบุหรี่กลิ่นมินท์แล้วจุดสูบเดินต่อไปที่ท้องถนนยามดึก แสงไฟประดับส่องวิบวาวตามย่านร้านค้า ต้นสนยักษ์ถูกประดับด้วยสายรุ้งและไฟต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามาทุกที อินุอิแหงนมองดวงดาวบนยอดไม้...ที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำของคริสต์มาสแรกระหว่างเขาและไคโด

 

ในปีนั้นเขาได้พบกับไคโดที่นั่งกอดเข่าอยู่ใกล้ต้นสนคริสต์มาส ใบหน้าด้านข้างที่ว้าเหว่มองคู่รักและครอบครัวที่เดินผ่านไปมา ในมือถือโทรศัพท์เอาไว้แต่ไม่ยอมกดโทรหาใคร สักที เอาแต่นั่ง..นั่ง..และนั่งมองไปเรื่อยๆ เป็นเหมือนมุมที่ทุกคนมองข้าม...มุมที่ความอบอุ่นส่องแสงมาไม่ถึง
 
“สวัสดี”  เอ่ยทักออกไปอย่างไม่รู้ตัว ร่างเพรียวตรงหน้าแหงนเงยขึ้นมองแล้วก็ก้มลงเหมือนไม่ใส่ใจ
 
“เอ่อ...คือ...”
 
ศีรษะที่สวมหมวกไหมพรมเอียงเหมือนอยากถามว่ามีเรื่องอะไร แต่ก็ไม่มีคำถามออกมา
 
อินุอิยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คืนคริสต์มาสที่ไร้คนฉลองร่วม..หากจะมีก็เป็นกองเอกสารและหลอดทดลองที่กำลังรอเขาอยู่ในห้องแลบ ในจังหวะที่เขาขยับจะเดินออกไป เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นขัด
 
“นั่งสิ” พูดแล้วก็ขยับเว้นที่ว่างให้ที่นั่งคอนกรีตเย็นเฉียบยามสัมผัสนั่งลงไป แต่กลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่สว่างไสวและสวยงามเหมือนดาวสีทองบนยอดไม้ที่นั่งมองกันสองคนในคืนนั้น


‘Trrr….Trrr’


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายเป็นเทะสึกะ อินุอิกดรับทันที เพื่อนเก่าแก่คนนี้เป็นหมอเจ้าของไข้ไคโดเขายอมรับว่าเทะสึกะเก่งและมีความสามารถมาก แต่ระยะหลังๆมานี้เขา แทบจะไม่อยากพบหน้า...ความคิด Mercy Killing เริ่มมีการใช้กันมาก การที่ทำให้คนป่วยพ้นจากความทรมาน...ถ้ามองในแง่การแพทย์ อินุอิยอมรับว่ามันเป็นความก้าวหน้าเพื่อตัวผู้ป่วยเอง แต่หากมองในแง่ของครอบครัว...คนรัก จะมีใครบ้างที่อยากจะให้แพทย์ใช้วิธีนั้นกับคนป่วย เทะสึกะเสนอมันให้ใช้กับไคโด...แต่นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นความตายให้คนรักโดยไม่เขาเป็นคนตัดสินใจเองไม่ใช่เหรอ...

“อืม...มีอะไร”
 
(“มาที่โรงพยาบาลด่วนเลย ไคโดตอนนี้ระบบการเต้นของหัวใจมีปัญหา”)
 
“นายว่าอะไรนะ ค..ไคโด?”
 
(“รีบมาเถอะ”)
 
ปลายสายตัดไปเหลือเพียงเสียงสัญญาณดังก้องในหู ร่างกายของชายหนุ่มยืนค้างราวกับถูกพายุหิมะแช่แข็งเอาไว้ เสียงเพลงคริสต์มาสท่วงทำนองสดใสร่าเริงที่ร้านค้ากำลังเปิดอยู่เงียบเสียงลง ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน...

 


...................................................................

 


“อาการตอนนี้...อย่างที่รู้ๆกันว่าสมองตายไปเกือบหมดแล้ว และระบบการเต้นของหัวใจก็แย่ลงเรื่อยๆ ในฐานะของหมอและเพื่อน ฉันคิดว่าบางที่ถ้าให้เขาไปตอนนี้จะดีกว่าอยู่อย่างทรมาน”
 
“ไม่”
 
ในห้องสีขาวเทะสึกะและอินุอิกำลังยืนมองหน้ากัน เสียงลมหายใจสะท้านมีความฉุนเฉียวระคนหวั่นไหว เทะสึกะถอดหูฟังวางลงบนโต๊ะ สองมือยกกอดอก ใบหน้านิ่งเฉยแต่ก็ทอความกังวล
 
“ที่ฉันบอกก็เพราะฉันเป็นห่วงนายนะ ถ้าขืนนายยังเป็นแบบนี้ต่อเรื่อยๆ ชีวิตนายจะเป็นยังไง โอกาสที่ไคโดจะฟื้นน่ะ....นายก็รู้ว่ามันแทบจะไม่มีแล้ว”
 
“ไม่เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ฉันจะไม่ตัดใจเด็ดขาด”
 
“นายไม่เข้าใจหรือไง ปาฏิหาริย์น่ะ...มันไม่มีจริงหรอก”
 
“ฉันเข้าใจ! ฉันเข้าใจ! ฉันเข้าใจ!" มือใหญ่กระชากคอเสื้อกาวน์เทะสึกะขึ้น นัยน์ตาสีเข้มโชนแสงวาบ

"ฉันรู้ว่าปาฎิหาริย์มันไม่มี แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ นายจะปล่อยให้คนที่นายรักตายไปต่อหน้าต่อตา นายจะกล้าบอกว่า เออ เอาเลย ช่วยทำให้เขาไปแบบสงบซะทีได้เหรอ" น้ำตาไหลหยดลงเปื้อนแก้มทั้งสองข้างอย่างหมดความอดทน มือที่จับคอเสื้อสั่นระริก บ่ากว้างสั่นเทิ้มควบคุมร่างกายไม่ได้

"อินุอิ...ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น " มือใหญ่ตบไหล่อินุอิเบาๆ เพื่อนที่เข้มแข็งเสมอมาตอนนี้กำลังอ่อนแอหมดเรี่ยวแรงกำลัง "ไคโดอาจจะต้องอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต นายคิดว่าเขายินดีเหรอที่ต้องนอนทำอะไรไม่ได้แบบนี้ ฉันเป็นหมอเคยเห็นคนหลายคนต้องทรมานกับการป่วยของตนเอง ญาติก็เสียอะไรไปหลายอย่าง ผู้ป่วยเอง...ก็ทรมาน"

...ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไร อินุอิก็เพื่อน ไคโดก็คนรักของเพื่อน...

...หากเป็นตัวเขาเองที่ต้องเลือก..ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกได้หรือเปล่า...

"เขาทรมานเหรอ..ถ้าอยู่อย่างนี้ต่อไป" น้ำเสียงสั่นไหวถามเบาๆ

"ตอนนี้อาจจะยัง แต่อีกไม่นาน...เนื้อที่กดทับเริ่มตายแล้วบางส่วน ถ้าอีกสักปี..หรือมากกว่านั้น ฉันคงต้องบอกนายว่าเขาก็ต่างอะไรท่อนไม้ที่หายใจ"

"ไคโดจะเจ็บไหม..." อินุอิถามซ้ำด้วยเสียงที่แทบกลืนหายไปในลำคอ

"ไม่เจ็บ..เขาจะหลับไป..."

อินุอิปล่อยมือจากคอเสื้อ เขาปาดน้ำตาที่เปรอะใบหน้าลวกๆก่อนจะพยักหน้า "เข้าใจแล้วล่ะ...ขอให้ฉันได้ไปลาเขาก่อนได้ไหม"

"อืม..แล้วฉันจะไปเตรียมเอกสารเอาไว้ให้นายเซ็นยินยอม"

เทะสึกะมองส่งอินุอิไป อะไรบางอย่างบอกเขาว่าอินุอิไม่ใช่แค่ตัดสินใจ

...แต่กำลังตัดใจ...

 


..........................................................

 


อินุอิปลดเครื่องช่วยหายใจออกจากใบหน้าคนรัก เขากดริมฝีปากประทับบนกลีปากบางที่เย็นชืด น้ำตาอุ่นๆไหลตกรดผิวแก้มซีดเซียว ร่างสูงเกลือกกลิ้งใบหน้ากับชุดคนไข้สีเขียวอ่อนพลางร้องหอบหายใจสะอื้น

"ขอ..โทษ" เสียงพูดสั่นไหวหยุดลงด้วยแรงสะอื้น

"ขอโทษนะ..ขอโทษไคโด"

อินุอิอุ้มร่างบอบบางไว้ในอ้อมกอด น้ำหนักในแขนเบาลงจนรู้สึกได้ชัด ปลายเท้ามั่นคงเดินออกจากห้องไปยังดาดฟ้าของโรงพยาบาล หิมะสีขาวบริสุทธิ์กำลังโรยตัวลงจากท้องฟ้ากว้าง

"หิมะกำลังตก นายหนาวหรือเปล่า" เขากระซิบข้างหูแล้วถอดเสื้อโค้ทคลุมให้ ลานกว้างบนดาดฟ้าถูกใช้ต่างที่นั่ง อินุอินั่งลงพิงกำแพงพร้อมกอดไคโดไว้บนตัก

"ใกล้จะถึงคริสต์มาสแล้วนะ จำได้หรือเปล่าว่านายเคยทำเค้กให้ฉันกินด้วย ตอนแรกฉันไม่ชอบเค้กแปลกๆนั่นเลย..แต่มันก็อร่อยดี ฉันยังจำรสชาติของมันได้เลยนะ" จมูกได้รูปกดลงที่แก้มบางเบา

"ฉันตามหาร้านที่ๆมันน่าจะมีรสชาติแบบนั้น..แต่ไม่ว่าที่ไหนๆก็หาไม่พบ สงสัยมันจะเป็นรสพิเศษระหว่างนายกับฉันใช่ไหม"

มือใหญ่ลูบใบหน้าคนรัก อินุอิจับมือไคโดขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ลมหายใจอุ่นเป่ารดแผ่ว

"ฉันมีความสุขมากที่ได้อยู่กับนาย" หยาดสีใสกลิ้งบนหลังมือแล้วร่วงลงสู่เนื้อผ้าซึมผ่านกางเกงตัวหนา

"ฉันโง่หรือเปล่าที่คิดทำแบบนี้...แต่ฉันไม่อยากให้นายเหงา..."

อินุอิคลำหาของคู่กายอีกอย่างหนึ่งที่ติดกระเป๋าอยู่เสมอ เขาดึงมันขึ้นมา โลหะแข็งเย็นในมือ สัมผัสคุ้นเคยทำให้เขาแตะเหนี่ยวไกได้โดยที่ไม่ต้องละสายตาจากคนรัก ปลายกระบอกจ่อที่ศีรษะตนเอง ก่อนที่กระสุนจะปลิดชีวิตอินุอิได้พึมพำคำบางอย่าง...เพื่อคนรักที่หลับใหล

"ฉันจะไปรอรับนายที่นั่น..."


 

'ปัง'

 


...ฉันรู้แล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่วิทยาศาสตร์การแพทย์ใดๆ...

...แต่มันคือนาย...ไคโด คาโอรุ...

เสียงเพลงSilent Night ดังแว่วหวานมาจากที่ใดที่หนึ่ง ท่วงทำนองอ้างว้างขับกล่อมชายที่เอนตัวลงพิงกำแพง โลหิตสีแดงไหลจากศีรษะช้าๆเปรอะเปื้อนทั่วร่างของเขาและคนรัก หิมะสีขาวตกลงบนหยาดเลือดสีเข้มที่แผ่ขยายเต็มบนพื้นซีเมนต์เย็นเยือกในยามค่ำคืน


Silent night, holy night
All is calm, all is bright
Round yon virgin mother and child
Holy infant so tender and mild
Sleep in heavenly peace
Sleep in heavenly peace

Silent night, holy night
Shepherds quake at the sight
Glory streams from Heaven afar
Heavenly hosts sing Hallelujah
Christ the Savior is born
Christ the Savior is born

Silent night, holy night
All is calm, and all is bright
Round yon virgin mother and child
Holy infant so tender and mild
Sleep in heavenly peace
Sleep in heavenly peace

Silent night, holy night
Sleep in heavenly peace

 

 

~END~

 


Happy Birth Day To ซาร่าของจอร์จ อั๊งๆ
ไม่รูจะอวยพรอะไรดีเพราะอวยพรในแมสเซจกะโทรศัพท์ไปแล้ว นึกไม่ออกเพิ่งสอบเสร็จเบลอจัด
เอาเป็นว่า....ขอให้เป็นวันเกิดที่ดีของซาร่านะจ๊ะ มีความสุขมากๆเน้อ ได้รู้จักซาร่ามาก็นานพอสมควรแล้ว...เรามาแต่งงานกันเหอะ  (กร๊ากกก บ้าไปแล้ว)
อย่าเครียดมากมีไรปรึกษาพี่สาวคนนี้ได้นะจ๊ะ จุ๊บๆ ปีนี้และปีต่อๆไปก็ฝากตัวด้วยนะ

 

ป.ล.เรื่องฟิควันเกิด....ซาร่าไม่ค่อยชอบฟิคหวานๆใช่ม๊า มันเลยออกมาเป็นแบบนี้อ้ะ กระซิกๆ  ยากเว้ยค่ะแต่เพื่อซาร่าเราทำได้ 555

 

 

 

edit @ 20 Dec 2007 13:58:26 by +:+:+ミーピン+:+:+

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
วันเกิดน้ำหรอ ไม่รู้เลยนะเนี่ย

HBD น้ำนะจ้ะ ขอให้มีความสุขมากๆๆๆ

ฟิคมันเศร้าโฮก แต่หยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ
อินุอิช่างมั่นคงในรัก TT_TT
#1  by  Luscinia At 2007-12-19 21:11, 
ฮือออออออออออออออออออ
ปิ่นอ่า
เค้าร้องไห้เลย
ฮืออออออออออออออออออออ

เศร้า

ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออ
#2  by  †★☆*HANA~hanachiko*☆★† At 2007-12-19 21:41, 
สุขสันต์วันเกิดพี่น้ำด้วยคนค่า มีความสุขมากๆนะค้า ^^
จะว่าไป เราก็ลืมวันลืมคืนไปเหมือนกัน กรั่กๆ

ฟิคมันเศร้าอย่างรุนแรงค่ะ เหอๆ อึ้งกับอินูอิ..
#3  by  [Sora] -This world is YOURS- At 2007-12-19 21:49, 
อ่ากกกกกกกกกกกกกกกกก

ไรว้าาาาาาาาาา

จบแบบนี้ได้ง๊ายยยยยยยยยย

ปิ่นบร้าาาาาาาาาาาาา

เทะหล่ออออออออออออออ หมอขราาาา (???)
#4  by  KeeChan At 2007-12-19 22:46, 
เง้อ....เศร้ามากเลยค่ะ...
ยังไม่ทันได้เตรียมใจอ่านฟิกเศร้า....

โฮววววววว....
จบด้วยเพลงยิ่งเศร้า.......

อร๊ากกกกกกกกกก.....<<บ้าไปแล้ว...!!

*ซับน้ำตา*

HBD ด้วยคนค่ะ^_^~

ปล.คราวหน้าต้องเอาฟิกแฮปปี้เอนด์ดิ้งมาปลอบนะเนี่ย! เหอๆbig smile
#5  by  ~Rainy Day~ At 2007-12-20 00:17, 
ฮื่อออออออออออ

ฟิคเศร้ามากเลย อ่านที่โรงเรียนในคาบคอม จะร้องไห้แย้ว T T

อินุอิบ้า ไคโดบ้า!
#6  by  แมลงปอยิ้ม @ DOUBLE PURI At 2007-12-20 08:55, 
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด อินุไค อินุไค อินุไค อินุไค!!!!!
ถึงเศร้าก็ยังกรี้ด 5555+ ไม่ได้อ่านอินุไคนานแล้วนับจากที่แลกรูปอินุอินั่นกับจอร์จไป......
อ่านแล้วเศร้า จะร้องไห้
แต่ชอบบบบบบบบบบบบบบบ อินุอิช่างรักน้องงูอย่างแท้จริง
ฮื้อออออออออออออออออออออออออออออออ
อินุไคจงเจริญสิจ้ะ อุฮิ~~~~~
ความจริงจอร์จก็แต่งฟิคเศร้าเก่งนี่ -3-
ชอบฟิคของจอร์จมากมายจ้ะ

ไอ้ตรงอวยพรน่ะ.....เรามาแต่งงานกันเหอะ นี่หมายความว่าไง 5555+
วันเกิดปีนี้ดีกว่าที่คิดไว้เยอะมากน่ะจ้ะ วันก่อนวันเกิดนี่นั่งจิตตกกับเพื่อน 55+
รักพี่สาวมากมายฮร้า ฝากตัวต่อไปด้วยทุกปีจ้ะ
จุ๊บๆ~~
#7  by  [H2O] as [Hiruma Yoichi] At 2007-12-20 18:26, 
เศร้า.........เศร้าเกินไปแล้ววววว
#8  by  -'๓'- Hiim€k@ ♥21♥ -'๓'- At 2007-12-20 18:50, 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อินูอิ!!! ชีวิตรักนายช่างเศร้านัก!! ไคโดจ๋าTwT

เทะสึกะ หล่อ... (มาไง)
#9  by  [Amakura_Aei] as [Musashi]Takekura Gen At 2007-12-20 19:06, 
โฮกกกกกกกกก
เศร้าTT^TT
#10  by  +Ayame+ At 2007-12-21 23:35, 

<< Home


หมีปิ่น
View full profile