ฮื้อออ เอนทรีที่จองวันวาเลนไทน์ไว้มัน...เอ่อ หมือนจะมีปัญหา
เอาน่าไม่เป็นเนาะ ถือซะว่าเป็นฟิคย้อนหลังแล้วกัน TwT
แต่ว่ายังไงๆก็ ขอบคุณข้าวฟ่างที่มาจองให้นะเจร๊อ จูดุ๊บ จุ๊บๆ
..........................................................................................
les derniers bisous
หิมะเล็กๆในครอบแก้วสีใสลอยละล่องอยู่ในน้ำ เกล็ดละอองคล้ายปุยนุ่นโรยตัวลงช้าๆผสานกับกากเพชรสีเงินระยิบระยับ ข้างใต้เป็นเด็กน้อยยิ้มร่าเริงในมือถือเค้กปักเทียนเตรียมจะเป่ารับคำอวยพร รอยยิ้มแจ่มใสฉายชัดในดวงตาหรี่หยี โครงร่างที่ทำจากปูนพลาสเตอร์แต้มสีดูสดใสราวกับเด็กตัวเล็กจริงๆ เส้นผมสีเงินแม้จะดูกระด้างแต่ก็ราวกับต้องกระแสลมบางเบาอยู่ตลอด
ชายหนุ่มที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ยิ้มออกมาจางๆ มือเรียวขยับหมวกสีน้ำเงินที่สวมอยู่บนศีรษะค่อนข้างยุ่ง มือข้างนั้นละจากหมวกแล้วหยิบสโนว์โดมไว้ในมือ
...เอาอันนี้ดีไหม...
ชายหนุ่มร่างเล็กเดาะลิ้นส่งเสียงในลำคอ เขาหมุนสิ่งที่อยู่ในมือไปมา หิมะที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นลอยสูงขึ้นมานิดหนึ่ง
การที่ต้องมาซื้อของจุกจิกแบบนี้มัน...ไม่เท่เอาซะเลย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่ากับแค่ของขวัญวันเกิดทำไมต้องยุ่งยากวุ่นวายอย่างนี้
...นั่นสินะ ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนี้...
คำตอบที่รู้ดีร้องเตือนอยู่ในหัว..เพราะให้ความสำคัญน่ะสิ ถึงได้ทำแบบนี้
มือที่ล้วงในกระเป๋ากางเกงควานหากระเป๋าเงิน นัยน์ตาคมเหมือนแมวหรี่มองอย่างตัดสินใจอีกครั้ง ของขวัญวันเกิดเป็นของเล็กๆน้อยๆแบบนี้จะดีเหรอ
ชิชิโดะมองไปรอบร้าน พนักงานขายกำลังง่วนอยู่กับการห่อของขวัญในวันวาเลนไทน์ ยังดีที่ร้านนี้ไม่ใช่ร้านช็อกโกแลตหรือเบเกอรี่ ไม่อย่างนั้นคงเต็มไปด้วยกองทัพเด็กผู้หญิงเหมือนแถวถนนแน่
เขาหมุนสโนว์โดมอีกครั้ง รอยยิ้มที่รายรอบด้วยเกล็ดหิมะทำให้เขาตัดสินใจได้ ชิชิโดะชะเง้อหาพนักงานร้านแล้วส่งเสียงเรียก
"ขอโทษครับ ช่วยห่ออันนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ"
หญิงสาวในชุดกระโปรงลายสก็อตยังคงง่วนอยู่กับการจัดของขวัญลงกล่อง เธอห่อกระดาษสีฟ้าอ่อนแล้วผูกโบว์สีเดียวกัน อีกฝั่งเป็นลูกค้าวัยมัธยมที่ยืนมองของนั้นแล้วอมยิ้มบางเบา
ชิชิโดะมองหญิงสาวทั้งสองแล้วตัดสินใจรอ..ไม่อยากจะเข้าไปขัดจังหวะให้เสียมารยาท
นี่คงเป็นอีกคนหนึ่งที่ซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์ให้คนรัก บรรยากาศหวานๆที่ห้อมล้อมอยู่ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆที่เดินผ่านมาเมื่อครู่ ไม่ว่าใคร..ทั้งผู้ชายผู้หญิง หนุ่มสาวหรือแม้กระทั่งคนทำงาน ในวันนี้ล้วนแล้วแต่อวลไปด้วยกลิ่นของความสุขทั้งนั้น
ก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์น่ะสิ...
เพราะอย่างนั้น..ถ้าไม่ให้ของขวัญในฐานะที่เป็น'วันเกิด' โจทาโร่ก็จะน่าสงสารเกินไป
หมอนั่น..เห็นตัวโตแบบนั้น จริงๆแล้วกลับเป็นคนที่อ่อนไหวมากกว่าใครแท้ๆ
...แย่...
ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ คงเห็นเจ้านั่นรับของขวัญวันวาเลนไทน์จากคนอื่นๆด้วยใบหน้ายิ้มเศร้าๆไม่ได้หรอก
หญิงสาวตัวเล็กเปิดประตูออกไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังแว่วหวาน ดูเหมือนอะไรๆในวันนี้ก็ดูหวานไปหมด จนอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วคนที่ไม่มีคนรักล่ะ..หายไปไหนกันหมด
"เอ่อ ช่วยห่ออันนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ" พนักงานร้านที่อยู่ห่างออกไปหันกลับมาพลางเดินเข้าใกล้ เธอหยิบกล่องกระดาษออกมาวางซ้อนกันโดยที่ไม่ได้ใส่ใจเสียงเรียก
"ขอโทษนะครับ"
ไม่มีวี่แววว่าเธอจะสนใจ ชิชิโดะเคาะนิ้วที่ตู้กระจก คิ้วเหนือนัยน์ตาคมเริ่มขมวดเป็นปม ทว่าไม่ได้เร่งเร้าอะไร
จนเมื่อเวลาผ่านไป..นานหลายสิบนาที ชิชิโดะที่ยืนรออยู่เลยหมุนดูราคาที่ใต้ฐาน สุดท้ายก็วางเงินที่เท่ากับราคาไว้ที่ตู้กระจกแล้วเดินออกไปทางหน้าประตู
ขอเสียมารยาทหน่อยเถอะ เพราะว่าถ้าไม่ให้วันนี้ก็ไม่มีความหมาย...
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังแผ่วเบา หญิงสาวที่ยืนอยู่หันมองซ้ายขวา แต่เมื่อไม่เห็นคนก็หมดความสนใจ รอยยิ้มหวานแต้มอยู่บนใบหน้ารอคอยลูกค้ารายถัดไป
................................
ชิชิโดะเดินก้าวเร็วๆอยู่บนท้องถนนที่คราคร่ำไปด้วยกลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลต รอยยิ้มของผู้คนบนท้องถนนทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ วันนี้ใครๆต่างก็มอบความรักให้กันและกันผ่านช็อกโกแลต บางคนหอบซื้อเป็นถุงใหญ่แต่ว่าบางคน...ซื้อเพียงหนึ่งเดียวเพื่อคนรัก
ร้านค้าต่างๆนำช็อกโกแลตหลากรสห่อสวยงามมาวางขายหน้าร้านเรียกลูกค้า กลิ่นหอมๆทำให้อดไม่ได้ที่จะชะเง้อหน้าเข้าไปมอง สิ่งที่สะดุดสายตาเป็นอันดับแรกคือห่อเล็กๆที่อยู่ข้างตะกร้าเหล็ก มันอยู่ในกล่องสีน้ำตาลที่หุ้มด้วยผ้าโปร่งๆสีสะอาดตา ข้างในเป็นช็อกโกแลตสอดไส้มินท์..รสโปรดของตัวเอง ชิชิโดะเอื้อมมือเข้าไปหยิบแล้วยื่นเงินส่งให้คนขาย หน้าร้านที่เต็มไปด้วยลูกค้าผู้หญิงทำให้เขามองพิจารณาอีกครั้ง..แล้ววางเงินไว้ในที่สะดุดตาเหมือนตอนซื้อของขวัญ
ชิชิโดะส่งสายตาเชิงว่า'ขอวางไว้ที่นี่นะ'แล้วยักไหล่เมื่อไม่เห็นท่าทีตอบรับจากอีกฝ่าย
เอาเถอะ..ช่วยไม่ได้นี่ ก็หน้าร้านยุ่งขนาดนั้น
ในมือเรียวข้างหนึ่งเป็นของขวัญไร้กล่อง อีกข้างเป็นช็อกโกแลต คนที่ถืออยู่ครุ่นคิดถึงเหตุผลที่ซื้อของอย่างที่สองมา
"เฮอะ..ก็ในเมื่อเป็นวาเลนไทน์ทั้งที..นี่นา" เขาพึมพำเสียงเบา โดยไม่รู้ตัวว่าใบหน้าของตนเองกลายเป็นสีระเรื่อไปแล้ว
ถ้าให้แค่ของขวัญวันเกิด เดี๋ยวก็จะทวงของสำหรับวาเลนไทน์อีก
...สู้ให้ๆไปซะทีเดียวยังดีกว่า...
ก็ในเมื่อเป็นคนสำคัญ...ที่ไม่ว่ายังไงก็พิเศษกว่าคนอื่น
รุ่นน้อง..ที่ช่วยเหลือมาจนถึงตอนนี้
ยอมเสียสละ ยอมเหน็ดเหนื่อย...เพื่อที่จะทำให้คนเคยแพ้กลับมายืนได้อีกครั้ง
ถึงปากจะพูดว่าเป็นรุ่นน้องในชมรม...
แต่สิ่งที่รู้อยู่ภายใน...
โจทาโร่เป็นอะไรที่..มากกว่านั้น...
.............................
เสียงย่ำเท้าในห้องชมรมทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ชิชิโดะแสร้งทำเฉยเดินเข้าไปข้างใน ดวงตาคมกริบเหมือนตาแมวชำเลืองมองล็อกเกอร์ของรุ่นน้อง..คนที่อยากพบ...
"ไปไหนกันนะ" นัยน์ตาหรี่ลง..วันนี้ไม่ใช่วันหยุดพักสักหน่อย
เจ้าเด็กปีสองที่เพิ่งเดินผ่านเขาไปแบบไม่ทักทายนั่นก็ยังใส่ชุดสำหรับฝึกซ้อมอยู่ ดังนั้นไม่มีทางที่เจ้านั่นจะหยุดแน่นอน แต่จะว่าไป..ดูเหมือนกฎของชมรมจะหย่อนยานลง การเดินผ่านรุ่นพี่โดยไม่ทักทาย..จริงๆแล้วมันเสียมารยาทไม่ใช่หรือไง
หากเป็นวันปกติธรรมดาคงได้มีการเรียกมาตักเตือนแล้ว แต่เพราะว่าเป็นวันนี้...เลยไม่อยากให้มีเรื่องอื่นมาขุ่นข้องใจ
...แล้วค่อยบอกอาโตเบะให้จัดการแล้วกัน...
ร่างเล็กเดินประคองสโนว์โดมในมือพร้อมๆกับถือกล่องช็อกโกแลตไปด้วย สองขาก้าวไปยังอีกสถานที่ที่คุ้นเคย จำได้ว่าหากไม่ใช่ห้องชมรมแล้ว อีกสถานที่หนึ่งที่เจ้านั่นน่าจะไปคือ โบสถ์
ชิชิโดะยังจำได้ ทุกครั้งที่ไปรอโจทาโร่สวดมนต์ เงาที่ทอดยาวของไม้กางเขนจะพาดผ่านบนทางเดิน เก้าอี้สองฟากเป็นไม้มันปลาบ เขามักจะนั่งที่เก้าอี้ตัวสุดท้ายแล้วเงยหน้ามองกระจกสีรูปพระแม่มาเรียอุ้มบุตร ความห่วงหาอาทรอันอบอุ่นสะท้อนกับกระจกสีรวมกันเป็นรอยยิ้มของผู้หญิงที่สวยงามที่สุด
ร่างเล็กเดินเข้าไปในโบสถ์ ประตูด้านหน้าเปิดทิ้งไว้เช่นเคย ภาพตรงหน้าเหมือนภาพยนตร์ฉายซ้ำ โจทาโร่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ในมือกุมไม้กางเขนพลางหลับตาสวดบทสวดสรรเสริญ..หรืออะไรบางอย่างที่เขาได้ยินไม่ถนัด
แสงแดดสีส้มยามเย็นอาบร่างสูงของชายหนุ่ม ประกายทองไล้ตามเส้นผมสีเงินที่พริ้วไหวตามสายลมบางเบา นัยน์ตาคล้ายจะร้องไห้มองนิ่งไปที่ไม้กางเขน..ที่ทอดเงาสีดำยาวบนพื้นทางเดินเช่นทุกครั้ง
ชิชิโดะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวสุดท้ายเพื่อรอให้อีกคนหันมา สโนว์โดมในมืออุ่นจนเริ่มร้อน จะยังเหลือก็แต่ช็อกโกแลตในกล่องที่เขาเอาเงาของตัวบังจากความร้อน..ไม่ให้ละลาย
"โจทาโร่" เด็กหนุ่มเรียกชื่อเบาๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองไม้กางเขนอันใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า
"ชิชิโดะซัง.." เสียงทุ้มห้าวสั่นเครือจนปิดไม่มิด ดวงตาที่มองจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายสั่นระริก
ร่างเล็กเดินเข้าไปยืนเคียงคู่ เขาก้มหน้าลงต่ำในระดับสายตาพลางกลั้นยิ้ม..แกล้งทำหน้าขึงขัง
"ว่าไง.."
"ชิชิโดะซัง" ริมฝีปากพึมพำพูดด้วยเสียงแหบต่ำ..ราวกับจะกลั้นน้ำตา
"เป็นอะไรของนายห๊า ก็ฉันอยู่ตรง..นี้..." มือที่ถือสโนว์โดมตบลงบ่าผ่านไหล่แน่นหนา..ทะลุไปโดยที่ไร้การสัมผัส ชิชิโดะยกมือของตนเองขึ้นมองด้วยความสงสัย
นี่มัน...อะไร
ทำไมถึงจับนายไม่ได้
ทำไมมันถึงผ่านตัวนายไป...ฉันหรือนาย...ที่เป็นอากาศ
"พระผู้เป็นเจ้า.." หยาดน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตา ริมฝีปากสั่นระริกพยายามประคับประคองท่วงทำนองการพูดให้ราบเรียบ
"ผมขอแลกความสุขทั้งชีวิต...กับชิชิโดะซัง..ได้ไหมครับ"
โจทาโร่ที่ดวงตาเรียวมองเห็นกำลังฝืนกลั้นสะอื้น แต่น้ำตาที่มิอาจห้ามได้กลับหลั่งออกมาเต็มสองแก้ม ริมฝีปากเม้มแน่นหลังจากพูดจบเป็นสีแดงช้ำเหมือนปลายจมูกและดวงตา
ร่างเล็กที่ยืนอยู่นิ่งงัน คำตอบที่ได้ยินจากปากทำให้หัวใจเจ็บปวดไม่น้อย
เขาพยายามจะแตะตัวโจทาโร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มือที่ไร้รูปร่างกลับผ่านลำตัวไป..ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"โจทาโร่! โจทาโร่! โจทาโร่!" ชิชิโดะตะโกนใส่ร่างสูง แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึง เขาทรุดตัวลงกับพื้นหินเย็นเยียบ..น่าแปลก..ทั้งที่ตายไปแล้วทำไมยังรู้สึกเย็นได้
ทั้งที่ตายไปแล้ว..ทำไมยังเจ็บที่หัวใจ
ความรู้สึกในวันนั้นกลับมาในหัวสมอง สองวันก่อนวันเกิดของโจทาโร่ ท่ามกลางความมืดที่เข้าปกคลุมร่างและอากาศที่ยังไม่อุ่นเท่าไหร่ แสงไฟสีขาวเจิดจ้าพุ่งเข้ามาในสายตา..และนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ ชิชิโดะ เรียว คนนี้..ได้มองเห็น
ดวงตาอ่อนล้ากระพริบถี่ ชิชิโดะลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เลอะคราบน้ำตาพยายามฝืนยิ้ม..เพื่อที่จะเก็บความทรงจำสุดท้ายในวันเกิดของโจทาโร่ ติดตัวไปในโลกอันแสนโดดเดี่ยว เขาวางช็อกโกแลตและสโนว์โดมลงกับพื้น สองสิ่งนี้อาจจะเป็นเพียงวัตถุที่ดวงตาคนอื่นมองไม่เห็น..อาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำของใครสักคนที่ลืมทิ้งไว้ที่ร้าน
แต่มันก็เป็นของขวัญวันเกิดและของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ดีที่สุด..ที่ฉันหาให้นายได้
"โจทาโร่..ดีจังที่เป็นฉัน..ดีจังที่ไม่ใช่นาย" คำพูดอ่อนโยนเอ่ยแผ่วเบาราวสายลม อ้อมแขนพยายามจะโอบรอบศีรษะเอาไว้..แต่ก็ทำได้แค่แกล้งโอบกอด
"งี่เง่าน่า ร้องไห้แบบนี้ไม่เท่เอาซะเลย"
ไม่สมกับเป็นนายเลย เข้มแข็งหน่อยสิ..
"จากนี้ไปนายจะอยู่คนเดียวแล้ว แต่นายต้องผ่านมันไปให้ได้ ต้องเติบโต ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปแทนฉัน แต่.." ชิชิโดะพูดเบาลงกว่าเดิม..จนกลายเป็นเสียงกระซิบ
ลำแสงสีขาวสาดส่องลงมาจากเบื้องบน ตรงกลางหลังรู้สึกเจ็บคล้ายกับมีอะไรงอกออกมา แต่ร่างเล็กก็ยังโอบประคองคนที่ก้มหน้าเอาไว้
"...ขอร้องล่ะครับพระเจ้า..ได้โปรดคืนชิชิโดะซังให้ผม" เสียงจากปากของอีกฝ่ายทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอีกครั้ง ชิชิโดะปล่อยมือออกจากลำคอ...ถึงจะไม่ได้สัมผัส แต่ฉันจะจำความอบอุ่นอันนี้เอาไว้
ฉันจะกอดความอบอุ่นจากนาย..ในคืนที่มืดมิด
ฉันจะกำความทรงจำเอาไว้ในมือ..ไม่ให้หล่นหาย
ฉันจะจำว่าฉันมีความสุขแค่ไหน..ที่ได้รักนาย
ชิชิโดะแกะกล่องช็อกโกแลตแล้วกัดคำหนึ่งที่มุมของมัน มินท์เย็นๆที่สอดไส้ติดอยู่ที่ริมฝีปากบางเบา เขารอให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นแล้วก้มลงจะประทับรอยจูบ แต่ร่างของเขากลับลอยสูงขึ้น..ห่างจากใบหน้าโศกเศร้าของโจทาโร่ที่เงยขึ้นมา ปีกสีขาวกางออกพลางกระพือเบาๆ ขนนกที่อยู่ด้านหลังร่วงลงบนพื้นราวกับหิมะสีขาวโปร่งแสง
หมดเวลาแล้วงั้นเหรอ...
ท่อนแขนเรียวยื่นออกมาข้างหน้า พยายามไขว่คว้าร่างของคนที่นั่งคุกเข่าหน้าแท่นภาวนา..แม้จะกำได้เพียงความว่างเปล่า
แม้กระทั่งจูบลา..ยังทำไม่ได้เลยหรือไง
"ชิชิโดะซัง" ดูเหมือนความปรารถนาสุดท้ายจะสมหวัง ร่างสูงลุกขึ้นยืนแหงนหน้าขึ้นในระดับที่สูงพอ..ที่จะโอบได้อีกครั้ง แม้ร่างกายและปีกขาวจะลอยขึ้นสูง แต่ใบหน้าและท่อนแขนกลับแนบชิด จูบรสมินท์เจือน้ำตาประทับแผ่วเบาบนริมฝีปากสั่นไหว เชื่องช้า..เนิบนาบ และอ่อนหวานที่สุด เท่าที่เวลาสุดท้ายยังเหลืออยู่
"แต่ฉันขอร้อง..ได้โปรดอย่าลืมฉัน ให้ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งในซอกมุมของความทรงจำ...ขอแค่ที่เล็กๆในหัวใจนายก็พอ..โจทาโร่"
~END~
............................................................
TALK
เลททท เลทมากๆ ขอโทษคุณS (55) ขอโทษหมาโจ กระซิกๆ
พักนี้ทำไมแต่งเรื่องเศร้า แย่แล้วตรู อินุไค มาซิลเวอร์ คู่ต่อไปใครดี /หึหึหึ
ฟิค..เอ่อ ชิชิโดะซังแต่งยาก ฮื้ออออ ฮื้อออออ
ใกล้สอบแล้ว /พ่นไฟ สถานการณ์ตอนนี้รายงานกำลังกองทับตัวตายฮ่ะ (แล้วยังมาแต่งฟิค เหอเหอ)