เช้าของ 'อาทิตย์ถัดมา' ช่างเป็นช่วงเวลาที่สั้นเหลือเกิน ทั้งๆที่รู้อยู่ในใจแล้วว่ายังไงๆวันนี้เทะสึกะก็ต้องรอเขาอยู่ที่บ้านแน่ๆ แต่ร่างเล็กที่ตื่นนอนมาประมาณสองชั่วโมงก็ยังไม่ขยับลุกไปอาบน้ำซะที
ฟูจิใช้ผ้าห่มห่อตัวแล้วซุกใบหน้าลงกับหมอน...อยากเชื่อทุกอย่างที่เทะสึกะพูด แต่ในตัวกลับกลัวความเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เคยได้รับ
รักที่เคยไปไม่ถึง...รักที่เคยได้แต่มองแล้วยอมรับว่ามันไม่ใช่ของตัวเอง
...จะได้มาครอบครองจริงๆหรือ...
ร่างเล็กในชุดนอนผุดลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงลูกบิดประตูพลางส่งเสียงพูดออกไป คงจะเป็นยูตะที่ชอบกลับมาบ้านวันเสาร์อาทิตย์แบบนี้แน่ๆ "ยูตะ..วันนี้กลับมาบ้าน..?"
นัยน์ตาหมองเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนที่คิดว่าเป็นยูตะก้าวเข้ามาในห้อง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีน้ำตาลเข้มและกางเกงสีดำแบบสุภาพเดินเข้ามาในบ้านตามอย่างคนคุ้นเคย เทะสึกะหยุดยืนหน้าเตียงนอนแล้วขมวดคิ้วแน่นทำสายตาคล้ายจะตำหนิว่ายังไม่ลุกจากที่นอนอีกหรือไง
"ขอโทษนะที่ไม่ใช่ยูตะ ว่าแต่วันนี้..."
"ไม่ค่อยสบาย ไม่อยากไปไหน" เสียงหวานรีบตอบแทรกขึ้นมาทันทีพลางรวบผ้าห่มคลุมตัวแน่นด้วยสองมือ
"ไม่สบายเหรอ" เทะสึกะนั่งลงข้างเตียงแล้วสอดมือเข้าไปแตะหน้าผากที่อยู่ใต้ผ้าห่ม
"แต่ตัวไม่ร้อนนี่"
ใบหน้าหวานร้อนฉ่าด้วยสัมผัสอ่อนโยนที่ไล้นิ้วตามแนวเส้นผม ฟูจิจับมือหนาแล้วดึงออกก่อนจะค่อยๆคลี่ผ้าห่มออกจากร่าง เขานั่งจ้องหน้าเทะสึกะด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ แพขนตาขยับตามจังหวะกระพริบตาก่อนจะลุกพรวดพราดวิ่งไปหยิบเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ
ในห้องอาบน้ำฟูจิหมุนก็อกให้สายน้ำไหลพรมทั่วทั้งร่าง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนรวมไว้เป้นมวยกลมๆด้วนหลังเผยผิวข้างต้นคอที่ร้อนผ่าวเพราะสัมผัสของคนที่นั่งรออยู่ด้านนอก สายน้ำเย็นๆช่วยดับอารมณ์ว้าวุ่นได้บ้าง...แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะลบใบหน้าอ่อนโยนที่อยู่ในหัว
...จนป่านนี้แล้วจะมาอีกทำไมกัน...
...ยังทำให้เจ็บปวดไม่พอหรือไง....
"ฟูจิ"
"ห๋า!? มะ..มีอะไรเหรอเทะสึกะ" ฟูจิถามเสียงสั่นแล้วปิดก็อกน้ำตัดเสียงรบกวน
"ถ้าอาบนานกว่านี้เดี๋ยวก็ไม่สบายจริงๆหรอก" เสียงนุ่มหัวเราะแผ่วเบา..เสียงที่ไม่มีใครคนไหนเคยได้ยิน
ฟูจิรีบแต่งตัวแล้วก้าวออกมาจากในห้องน้ำ ดวงตาสีเฮเซลนัทสบกับคนที่ยืนกอดอกพิงผนังข้างห้องน้ำ เทะสึกะฉวยข้อมือเรียวแล้วหมุนร่างเล็กให้หันหลัง
"ตรงนี้ยังไม่เอาออกเลย" เขาแกะยางมัดผมแล้วสางเบาๆให้เส้นผมอ่อนนุ่มสยายตัวเป็นทรงปกติ
"จริงๆแล้วผูกไว้ก็น่ารักดีนะ...แต่อยากให้ดูแค่ฉันคนเดียวมากกว่า" กระซิบข้างหูแล้วดีสีหน้าเฉยเหมือนทุกที ทำให้คนที่ได้ยินร้อนวูบวาบ
"ก..ก็..เอ่อ...นั่นน่ะ มัน.." เสียงหวานพูดตะกุกตะกักจับต้นชนปลายไม่ถูก เทะสึกะดูเปลี่ยนไปทุกครั้งจนเขาตามไม่ทัน ใครจะเชื่อว่าคนอย่างกัปตันทีมเซชุนผู้แสนเงียบขรึมจะพูดแบบนี้ได้ล่ะ ไหนจะปลายนิ้วแสนนุ่มนวลนี่อีก
เทะสึกะเดินถอยห่างออกมา เขานั่งลงที่เตียงของฟูจิ รอให้ทุกๆอย่างเงียบลง...แต่แม้จะเป็นความเงียบ มันก็ไม่ได้มีความอึดอัดเจือปนอีกต่อไปแล้ว กลับมีอะไรบางอย่างที่โอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน ความอบอุ่นที่ทอประกายอ่อนโยนในชื่อความเข้าใจค่อยๆผลิดอกออกผล
เป็นความเงียบ...ที่แสนสุข
เข้าใจ...แม้ไม่ได้เปล่งถ้อยคำอันใด
เพียงแค่นัยน์ตาสองดวงสบประสานเท่านั้น...
"ไปกันเถอะ"
"ไป? เดี๋ยวนะเทะสึกะ ไปไหนเหรอ?"
คนตัวเล็กแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว สัญญาที่อีกฝ่ายฝากเอาไว้...เขาไม่มีทางลืม
...ไม่มีวันลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เทะสึกะพูด...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจ...หรือเรื่องที่ทำให้แอบยิ้ม
...เพราะคนพูดคือเทะสึกะ...
...คนที่สร้างบาดแผลร้าวลึก ยิ่งกว่าใครทั้งหมดให้ร่างกายนี้จดจำ...
"ไปที่บ้านฉัน นะ..." ท้ายเสียงทอดอ่อนคล้ายกับออดอ้อน ฟูจิถึงกับกระพริบตาถี่อย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรข้อมือก็ถูกฉุดให้เดินตามไปแล้ว ฟูจิมองข้อมือที่ถูกเทะสึกะจับเอาไว้ความรู้สึกประหลาดในใจเริ่มมากขึ้นตามลำดับ...
ไม่เหมือนใครอื่น...มีเพียงเทะสึกะคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ใจเต้นได้เท่านี้
ความเย็นชาที่คิดว่าเคยชิน....จนบัดนี้มันอาจจะหลอมละลายด้วยแสงตะวันแล้ว
นั่นสินะ...แสงตะวัน....
หรืออาจจะเป็นแค่ดวงอาทิตย์จอมปลอมก็ได้....
"รอข้างล่างนี่แป๊บหนึ่งนะ" พูดจบมือใหญ่ก็กดลงให้นั่งที่โซฟาในห้องรับแขกกลางบ้านแล้ววิ่งหายขึ้นไปชั้นบน
ฟูจิเอนหลังพิงโซฟาตัวนุ่ม ในใจนึกไปถึงคุณแม่ของเทะสึกะที่ชอบมาพูดคุยกับเขาเสมอเวลามาบ้าน แต่วันนี้ดูเหมือนจะไม่อยู่ทั้งครอบครัว ดวงตาเรียวไล่ตามพื้นผนัง จะว่าคุ้นเคยก็ใช่ แต่ปกติก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่วันนี้....ดูเหมือนจะสงบจิตใจตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว มือเล็กละขึ้นจากกางเกงมากุมที่ปลายเสื้อแทน...ตื่นเต้นนิดหน่อยนะ
เขาหลับตาลงแล้วกอดตัวเอง ขาสองข้างคู้ขึ้นแนบชิดกับแผ่นอก ทั้งที่ไม่ได้หนาวแต่ไม่รู้ว่าทำไม สับสน? ไม่สิ มันเหมือนการรอคอยด้วยความคาดหวังมากกว่า
...คาดหวังในตัวเทะสึกะ?...
ไม่สิ..ถ้าจะให้ถูกต้องเป็น คาดหวังในความรัก...จากเทะสึกะ
สิ่งที่อยากได้ที่สุด...และสิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจที่สุดเช่นกัน
ฟูจิหลับตาจมอยู่กับความรู้สึกตัวเองนานแสนนาน จนเมื่อรู้สึกถึงแขนของใครบางคนที่แสนคุ้นเคยเข้ามาประคองกอดจากด้านบน บ่าเล็กหนักเพราะแรงกดแต่ก็แสร้งหลับตาต่อ..ซึมซับความรู้สึกที่โหยหา เขารู้ดีว่าถึงจะบอกว่าเลิกรัก แต่ใจจริง...ให้นานเท่าไรก็ทำไม่ได้
เหมือนคนกอดจะเข้าใจในความรู้สึก เขากอดเบาๆโดยที่ไม่พูดอะไร ไม่เร่งเร้า...เพราะนี่เองก็เป็นส่วนหนึ่งในความพอใจของตนเองที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เทะสึกะซบใบหน้าลงกับเส้นผมนิ่มละมุนริมฝีปากที่แนบชิดจูบที่ขมับเบาๆ จนเมื่อดวงตาสีน้ำตาลลืมขึ้นเขาก็เลื่อนใบหน้าลงไปในจังหวะที่ฟูจิเงยหน้าขึ้น จุมพิตหวานแผ่วเบาประกบกันเชื่องช้า อ่อนหวานละมุนละไม ริมฝีปากสีสดสั่นนิดหน่อยก่อนจะยอมรับให้ปลายลิ้นเข้ามา ลมหายใจร้อนผ่าวกลืนกินหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
"พอเถอะ..." เสียงหวานที่เริ่มแหบพร่าร้องห้าม ร่างสูงจึงค่อยๆถอนริมฝีปากอย่างเสียดาย
"ที่ให้มาที่นี่...ทำไมเหรอ"
"ชวนมาดื่มชาน่ะ" เสียงทุ้มพูดแล้วยิ้มบางๆ
"ดื่มชา?"
"อือ รอแป๊บหนึ่งนะ" เทะสึกะพูดเบาๆแล้วผละออกไป
ดวงตาเรียวเหลือบมองแผ่นหลังที่เดินจากไป เขายกปลายนิ้วแตะริมฝีปากก่อนจะไล้ช้าๆ ความชุ่มชื้นจากสัมผัสยังคงอยู่รวมถึงอาการหวั่นไหวในอก...รู้สึกดีกับความอ่อนโยนนั้น รู้สึกดีกับสัมผัสอุ่นๆของริมฝีปากเทะสึกะที่ยังไม่จางหาย
...จะทำให้รักไปถึงไหนกัน...
ฟูจิล้มตัวลงนอนกับโซฟาตัวนิ่มพลางดึงหมอนใบเล็กที่ตั้งอยู่ข้างกายมาปิดใบหน้า แขนเรียวกอดหมอนเอาไว้แน่น ผ้านุ่มๆของหมอนที่แนบแก้มทำให้รู้สึกดี เขานอนฟังเสียงก็อกแก๊กของถ้วยชาที่กระทบกับจานรอง เสียงช้อนเงินที่วางลงบนจาน เสียงเดินไปมาของเทะสึกะ หรือแม้กระทั่งเสียงเนื้อผ้าเสียดสียามขยับกาย
"ฟูจิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมเสียงเดินที่เข้ามาใกล้ ฟูจิรู้สึกถึงน้ำหนักของเทะสึกะที่นั่งลงใกล้ปลายเท้าเขาจึงหดกลับอัตโนมัติ
"ชาได้แล้ว" กลิ่นหอมหวานของชาโชยเข้าสู้จมูกโด่งรั้นพร้อมๆกับแรงดึงที่ข้อศอกจนต้องลุกขึ้นมานั่งเคียงข้าง ชากลิ่นหอมในถ้วยแก้วสีขาวมีควันกรุ่นน่ายกขึ้นมาดมแล้วจิบ แต่ฟูจิก็ยังนิ่งเฉย
"ดื่มชาสิ เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก"
"ที่ชวนมาบ้านก็เพื่อจุดประสงค์นี้เหรอ" น้ำเสียงหวานแต่สั้นห้วนตวัดถาม
"ก็ใช่ ที่เหลือก็แล้วแต่นาย"
"ถ้าอย่างนั้นหมดถ้วยนี้ก็กลับบ้านได้สินะ" มือเรียวคว้าถ้วยและจานรองเอาไว้ในมือแล้วเป่าลงลมไปลดความร้อน
"ถ้านายอยากกลับฉันคงห้ามอะไรไม่ได้"
ฟูจิยกชาขึ้นจิบแล้วอุทานออกมาเบาๆ "หอมดีจัง ชาอะไรเหรอ"
เขายกขึ้นชิดจมูก ดูคล้ายจะมีกลิ่นราสเบอร์รี่ ดอกมะลิ...แล้วก็อีกหลายๆกลิ่นที่ผสมออกมาแล้วหอมหวานไปหมด แม้กระทั่งดื่มลงไปแล้วในลำคอก็ยังหลงเหลือความหวานนิดๆชุ่มฉ่ำไปทั่วทั้งปาก
"เป็นชาที่ฉันเพิ่งหามาได้เลยอยากให้นายชิมคนแรก คนขายบอกว่าเขานำชาเขียวชั้นเลิศจากจีนมาบ่มกลิ่นดอกมะลิ ดอกกระดังงา ผลราสเบอร์รี่สุกหวาน น้ำผึ้ง และน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากเปลือกส้ม ฉันว่า...ถึงจะใช้เวลานานแต่ถ้าได้ชาที่หอมและมีความหมายดีแบบนี้มันก็คุ้มค่ากับการลงทุนนะ"
เทะสึกะยกแก้วของตัวเองขึ้นจิบ จริงๆแล้วที่เขาเลือกชาชนิดนี้มายังมีอีกเหตุผลหนึ่ง...
"ชาชื่ออะไรเหรอ เผื่อฉันอยากจะซื้อไว้ชงกินเองมั่ง" ร่างเล็กจิบชาอุ่นๆแล้วหันไปถาม แม้จะยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายยังมีอะไรที่พูดออกมาไม่หมดเขาก็แกล้งทำเฉยเสีย
"Parlez moi d'amour" เจ้าชองชาแย่งถ้วยชาออกจากมือเล็กมาวางบนโต๊ะแล้วฉวยกุมมือไว้ในมือของตนเอง เทะสึกะเลื่อนตัวเจ้าใกล้แล้วโอบไหล่กดศีรษะของฟูจิให้เอนลงซบ แม้ว่าฟูจิจะขัดขืนในตอนแรกแต่สุดท้าย...ก็ยอมทำตามหัวใจตนเอง
"เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลเป็นอังกฤษได้ว่า Speak with me about love. "
เพียงแค่รู้คำแปลและสบกับดวงตามั่นคงของเทะสึกะ ฟูจิก็รู้สึกถึงกำแพงแข็งแกร่งในตัวที่แตกสลาย เขาปล่อยตัวเองให้อยู่ในอ้อมกอดที่แสนคิดถึง หลับตารับรสหวานอมขมของชาและความรักที่เทะสึกะพยายามจะถ่ายทอดมาให้เสมอมา เขากำมือแน่น...หักห้ามใจไม่ให้กอดตอบ..กลัวจะกลับไปซ้ำแบบเดิม แต่ก็กลัว..จะสูญเสียอ้อมกอดนี้ไป
"ดื่มชาแล้ว...ต่อไปก็ช่วยฟังคำสารภาพจากฉันหน่อยได้ไหม" เสียงที่รุกรานเข้ามาในโสตประสาทบังคับให้เขาทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับ
"ไม่รู้จะสายเกินไปไหม ถ้าฉันจะบอกว่ารักนาย...รักทั้งที่ไม่รู้ตัวเองว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไร"
"ถ้าเป็นคำพูดเดิมๆแบบนี้...คำหวานๆที่หลอกลวงกัน...ก็อย่าพูดดีกว่า" ฟูจิพูด
"วันนี้ฉันไม่ได้มาพูดอะไร แต่ว่ามาฟัง....ฟังว่านายจะตอบคำถามของฉันยังไง" เทะสึกะก้มหน้าลงไปชิดใบหน้าหวานก่อนจะพึมพำประโยคที่ได้ยินเพียงสองคน
"ฉันรักนาย..."
"นี่ไม่ใช่คำถามสักหน่อย" คนที่ถูกกอดขืนตัวออกจากแขนที่โอบไว้ แค่คำว่ารัก...หากเทะสึกะจะพูดเพื่อรั้งเขาไว้ก็ย่อมทำได้ง่ายดายอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง
"เป็นความจริงเท่าที่ฉันสามารถพูดได้ด้วยชีวิต" ถ้อยคำอ่อนโยนทว่าจริงจังของเทะสึกะทำให้ขอบตาของร่างเล็กเริ่มร้อนผ่าว จนเมื่อประโยคถัดมา..น้ำตาที่อุตส่าห์ฝืนเก็บเอาไว้ก็ไหลออกมาอย่างง่ายดาย
...ประโยคที่ถามเพียงว่า 'นายรักฉันไหม'....
"....มา..ถา..ม..อะไร..ป่านนี้" เสียงขาดห้วงกลั้นสะอื้นพูดเบาๆ ฟูจิใช้หลังมือปาดน้ำตาแต่ยิ่งทำเท่าไรมันก็ยิ่งไหลออกมา
...รักสิ...
...รักจนต้องใช้วิธีเห็นแก่ตัว...
...รักจนสูญเสียความเป็นตัวเอง..รักจนยอมเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
"นั่นสินะ ฉันมาถามอะไรตอนนี้..." เทะสึกะถอนหายใจ...ถึงแม้จะเศร้าแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริง จากที่ให้ฟูจิไล่ตามมานาน จนเปลี่ยนเป็นเขาไล่ตามฟูจิบ้าง....มันก็แค่ช่วงเวลาช่วงหนึ่งเท่าน้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่สอนให้เขาเรียนรู้อะไรมากมาย
"ไม่..รู้..รึไง..ว่า...." เสียงสะอื้นดังจากริมฝีปากแทนคำพูด ลมหายใจหอบสั่นจนพูดต่อแทบไม่ไหว "ร..รัก...มานาน..แค่..ไหน"
"รู้มาตลอด แต่ว่า...ขอโทษนะที่รู้สึกตัวช้าเกินไป" เทะสึกะยกมือเล็กที่กำแน่นขึ้นมาจุมพิตช้าๆ ริมฝีปากแนบไปที่ข้อนิ้วทีละนิ้วอย่างอ่อนโยน
เทะสึกะดึงร่างเล็กเข้ามากอดด้วยสองแขน ฟูจิซบหน้าลงกับแผ่นอกของคนตรงหน้าพลางยึดเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น น้ำตาหลั่งไหลออกมาปนเปด้วยความรู้สึกดีใจ..ประหลาดใจแกมไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้
"ฉันเคยถามนายว่านายจะเลิกกับฉันทำไม ในเมื่อนายยังรักฉัน..จำได้ไหมฟูจิ" ฟูจิพยักหน้า...จำได้ดีว่าคำถามนั้นทำให้เขาต้องระเบิดอารมณ์ที่เก็บมาทั้งหมดออกไป
"แล้วนายตอบว่า เพราะนายอยากจะมีคนที่สามารถรักนายได้บ้าง ใครบางคนที่ไม่เหมือนฉัน ใครบางคนที่จะให้ความรักนายเหมือนที่นายให้ฉัน... และนายก็บอกไว้ก่อนหน้านั้นว่านายจะลืมฉัน..จะลบจากหัวใจออกไปให้หมด" เทะสึกะพูดช้าๆ..เขายังจดจำทุกคำพูดที่ได้ยินในวันนั้นได้ขึ้นใจ
"แต่ได้โปรด อย่าทำแบบนั้น...ให้ฉันได้เป็นคนที่รักนาย..คนที่อยู่เคียงข้างนายได้ไหม"
เทะสึกะหลับตานิ่ง เปลือกตาสั่นไหว... "ให้โอกาสฉันรักนาย...ให้ฉันเป็นคนรักของนายได้ไหม..ฟูจิ"
ถ้อยคำสารภาพรักจากคนปากหนัก..แม้จะไม่ใช่คำหวานที่ฟังแล้วหลอมละลาย แต่ก็หนักแน่นมั่นคงจนในกายสั่นสะท้าน ฟูจิปลดมือจากเสื้อแล้วก้มหน้าลงนิ่งงัน มือเล็กที่สั่นเทิ้มค่อยๆยกขึ้นแล้วเอื้อมไปกอดแผ่นหลังของชายที่หลงรักมาตลอด
"...อือ..."
"...อือ...เทะสึก..ะ.." ฟูจิใช้หน้าอกอีกฝ่ายเป็นที่เช็ดน้ำตา รอยยิ้มงดงามที่หายไปนานจับอยู่บนริมฝีปากบางที่พึมพำชื่ออีกฝ่ายราวกับจะตราตรึงไว้ในจิตใจ
...ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม...
...ที่มีกันและกัน ณ ตรงนี้....
...เป็นความจริงใช่ไหม...
กลิ่นหอมอ่อนๆของ Love tea กรุ่นกำจายโอบล้อมร่างทั้งสองไว้ด้วยกัน จุมพิตรสเจือหวานแลกเปลี่ยนอยู่ใต้บรรยากาศอบอุ่นของคู่รักใหม่...แต่เป็นความรักเก่าที่คงอยู่นานแสนนาน
Parlez moi d'amour
Speak with me about love.
~ END ~
Talk:
จบแล้ววววววววววววววว งื้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เทะฟูบอมบาเย่ เทะฟูแย่ อีหมีดอง แย่
แต่มันจบแล้วค่า ฮื้อออออออ โปรเจ็คต่อไปอะไรดี /ไม่เจียม ดองแล้วดองอีกแล้วยังมีหน้ามาอยากเขียนอีกเหอะ
ฮึก.... สิบห้าตอน เวลา...เอ่อ..ช่างเหอะ...จบแล้วนิ *-*
คอมเม้นท์ติชมได้ตามสบายเลยฮ่า น้อมรับด้วยความยินดี
edit @ 27 Mar 2008 22:47:12 by +:+:+ミーピン+:+:+