ปากกาแท่งเรียวขีดลงบนกระดาษที่เคยว่างเปล่า ปลายกลมมนลากเขียนข้อความตางๆและเส้นตารางสำหรับการแข่งขัน ชายหนุ่มร่างเพรียวในชุดนักเรียนสีดำคอเสื้อติดเข็มแสดงสัญลักษณ์ของชั้นปีขมวดคิ้วแน่น มือเรียวคว้ายางลบขึ้นมาลบชื่อที่เขียนลงไปไปในช่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาว...แผ่นหลังเอนพิงพนักพร้อมๆกับท่อนแขนที่เหยียดยืดออกขับไล่ความเมื่อยขบ ตำแหน่งกัปตันชมรมเทนนิสที่เพิ่งได้รับตอนขึ้นปีสามทำให้หน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น...ไคโดหลับตานิ่งให้ดวงตาได้พักผ่อน
"เฮ้! หลับแล้วเหรอ" ประตูหน้าชมรมเปิดขึ้นพร้อมเสียงห้าวที่ร้องทัก เรียวคิ้วสีเข้มขมวดมุ่นแต่ก็ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมอง
"ยังไม่กลับบ้านอีกหรือไง นี่ก็ดึกแล้วนะ"
ริมฝีปากบางขยับจะพูดหาเรื่องไปเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับเม้มแน่นเข้า...ตอนนี้เขาไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับใครทั้งนั้น ยิ่งอีกฝ่ายเป็นโมโมชิโระที่ค่อนข้างจะเก่งในเรื่องเถียงแบบนี้แล้วยิ่งเปลืองพลังงานเข้าไปใหญ่
"ยังทำตารางคัดเลือกตัวจริงไม่เสร็จ"
"แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ ไม่กลับไปทำที่บ้านล่ะ" อีกฝ่ายถือโอกาสนั่งลงข้างหน้าแล้วดึงกระดาษมาดูบ้าง
"นี่ทั้งชมรมเหลือแค่ฉันกะนายแล้ว แล้วฉันก็จะกลับแล้วด้วย นายอยู่คนเดียวระวังผีหลอกนะเฟ้ย"
"จะกลับก็กลับไปเลยไป! วุ่นวายจริงๆ" ไคโดถอนหายใจเฮือกใหญ่ งานที่คั่งค้างยิ่งทำให้อารมณ์ถูกปั่นง่ายขึ้นกว่าเดิมทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าจริงๆแล้วโมโมชิโระเป็นห่วง...และแสดงความเป็นห่วงตามประสาคนอย่างเจ้านี่อยู่
"เดี๋ยวจะกลับแล้ว นายกลับไปก่อนเถอะ" ไคโดพูดเสียงอ่อนลง
เสียงเก้าอี้ลากออกห่างโต๊ะดังขึ้นพร้อมเสียงร่ำลาและฝีเท้าที่ก้าวห่างออกไป ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็คว้าปากกาขึ้นมาจัดลำดับคู่ในการแข่งขันต่อ เขาก้มหน้าก้มตาเขียนรายชื่อลงไปพลางนึกย้อนไปถึงอดีตเมื่อปีที่แล้ว...และใครบางคนที่จบการศึกษาไป
ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ...ข่าวคราวก็ไม่ส่งมาบ้างเลย
ร่างเพรียวถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับช้าๆ เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้และเสียงเสียดสีของผ้าที่เข้ามาในหูทำให้เขาร้องทักออกไป
"ไหนว่าจะกลับบ้านไง"
"ยัง"
เสียงคุ้นหู...ที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นใกล้ๆ ใบหน้าสีน้ำผึ้งเงยขึ้นมองเงาดำที่ทาบทับบนกระดาษ ริมฝีปากเชิดอิ่มขยับช้าๆเปล่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างสับสนและงงงัน
"ร..รุ่นพี่อินุอิ" ทั้งที่อยากจะถามว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้..แต่ลำคอกลับตีบตันจนแม้แต่เปล่งเสียงเรียกชื่อยังยากลำบาก
รอยยิ้มของคนที่ถูกเรียกชื่อทำให้ร่างเพรียวนิ่งงันไปชั่วขณะ ใบหน้าขาวก้มลงมาจนเกือบจะแนบชิด...จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดริมฝีปาก ดวงตาเรียวยาวมองไล่ตามรอยหยักโค้งมนก่อจะหลบวูบเมื่อริมฝีปากที่จับจ้องอยู่เข้าใกล้มากขึ้น
"ทำอะไรน่ะ!!" ตะคอกออกมาหวังกลบเกลื่อนอาการบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าตนเองจะเป็นได้
...อาการสั่น เพราะตื่นแต้น..และกังวล...
...รวมถึงอาการใจเต้น ที่แรงขึ้นทุกที...ทุกที...
"เปล่า" อินุอิพูดน้ำเสียงราบเรียบ ร่างสูงดึงเก้าอี้ข้างๆแล้วนั่งลง มือใหญ่หยาบหนาคว้าเอากระดาษบนโต๊ะขึ้นมาพิจารณา ดวงตาภายใต้กรอบแว่นมองไล่รายชื่อการคัดเลือกตัวจริงและตารางการฝึกซ้อมประจำวัน ก่อนจะวางลงช้าๆยื่นกลับไปให้เจ้าของ
"ฉันจะไปส่งนายที่บ้าน" เขายื่นแขนให้ดู ที่นาฬิกาข้อมือเข็มสั้นชี้อยู่ที่เลข10แล้ว
"แต่ว่า....มันยังไม่เสร็จ" ไคโดเถียงแล้วก้มลงมองกระดาษ "มัน..ยังมีอะไรต้องแก้อีกเยอะ มันยังไม่สมบูรณ์แบบ รุ่นพี่ว่าต้องแก้ตรงไหนอีกดีฮะ"
"ลองหาจุดบกพร่องด้วยตัวเองสิ"
"หือ?"
อินุอิดันแว่นขึ้นก่อนจะเอ่ยช้าๆ "ถ้านายหามันด้วยตัวเองไม่เจอ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก"
"นั่นสินะ..."
"แต่ว่าตอนนี้ข้อบกพร่องที่ร้ายแรงที่สุดคือ นายไม่ใส่ใจตัวเอง" อินุอิดึงกระดาษมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเก็บมันใส่แฟ้ม
"ฉันจะไปส่ง" ร่างสูงคว้ากระเป๋าที่กองอยู่ตรงมานั่งขึ้นมาถือก่อนที่มือเรียวจะแย่งไปได้
อินุอิเดินนำออกไปนอกห้องชมรม หลังจากที่ไคโดล็อกกุญแจเรียบร้อยก็ออกเดินไปพร้อมๆกัน บรรยากาศรอบข้างทั้งที่เป็นกลางคืนที่มืดสลัวแต่กลับไม่เยือกเย็นเหมือนทุกที
ไคโดจ้องมองแผ่นหลังในชุดเครื่องแบบที่เปลี่ยนไป เส้นผมแข็งๆที่ชี้โด่เด่ดูเหมือนจะยาวขึ้นนิดๆ แผ่นหลังก็กว้างขึ้น รวมถึงส่วนสูงที่ต้องแหงนหน้ามองมากกว่าเดิม ลูกแก้วสีดำในแววตามองไล่ไปช้าๆราวกับมองคนแปลกหน้า...ที่รู้จักกันดี
"แล้ว..รุ่นพี่มาที่นี่ได้ยังไงฮะ"
"ฉันจะมาเยี่ยมโรงเรียนบ้างไม่ได้หรือไง" อินุอิหันกลับมายิ้ม นัยน์ตาสีรัตติกาลเป็นประกายสุกใสราวกับจะสื่อความนัยอะไรบางอย่าง
"ฉันคิดถึง...หลายๆอย่าง..ก็เท่านั้นล่ะ"
รอยยิ้มเล็กๆระบายจับบนใบหน้าคนพูด ที่มองเห็นได้เพียงเสี้ยวหนึ่งในความมืดยามค่ำคืน
"ขอบคุณที่มาส่งบ้านฮะ" ร่างเพรียวก้มหัวแล้วยื่นมือไปขอกระเป๋าคืน อะไรหลายๆอย่างที่เข้ามาในวันนี้ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว การมาของคนที่คิดถึงและการกระทำที่อ่อนโยนตามประสาคนๆหนึ่งจะทำให้คนอื่นได้
...ความอ่อนโยน..ที่สั่นคลอนหัวใจ...
"ไม่เป็นไร..เข้าไปเถอะแล้วจะมารบกวนใหม่" มือใหญ่ยกขึ้นโบกมือแล้วเดินจากไป
นัยน์ตาเรียวจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่เดินอยู่ใต้แสงไฟริมถนน เงาสีดำที่พาดผ่านพื้นทำให้เขารู้สึก..เหงา...
...ความเปลี่ยนแปลงที่ชวนใจหายแบบนี้มันคืออะไรกันนะ...
เมื่อก่อนต้องขอเข้าไปในบ้าน..หรือไม่ก็รั้งรออีกสักนิดแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับยอมกลับไปง่ายๆ...
เวลาที่เหมือนเมื่อก่อน..หายไปไหนกันนะ
ชายหนุ่มส่ายหัวสลัดความคิดสับสน เขาคิดจะหันหลังกลับเข้าไปในบ้าน หากแต่นัยน์ตายังดื้อดึง...คอยมองตามคนที่เดินจากไป...
"ฟู่ววว"
ลมอุ่นๆระบายออกจากจมูกได้รูป น้ำร้อนที่เพิ่งอาบทำให้ร่างกายเหมือนได้บำบัด ความเมื่อยล้าที่สั่งสมหายไปราวกับปลิดทิ้ง ใบหน้าสีน้ำผึ้งที่มีรอยแดงนิดหน่อยเพราะความร้อนแต่กลับยิ่งทำให้วงหน้าที่เย็นชาราวกับไม่สนใจอะไรในโลก ดูอ่อนโยนขึ้นมานิดหนึ่ง
ไคโดล้มตัวลงบนฟูกนอนแล้วดึงผ้าห่มคลุมร่าง ปกติแล้วเขาจะออกกำลังกายก่อนนอนแต่เพราะอะไรบางอย่างที่หวั่นไหวอยู่ในหัวใจทำให้ไม่มีกำลังใจจะทำอะไร
..บ้าเอ๊ย...
...บ้าชะมัด...
"เฮอะ!!"
ใครจะไปสน จะเปลี่ยนไปยังไงก็ช่าง ยังไงๆก็ไม่ค่อยได้เจอกันอยู่แล้ว คนเรามันต้องเติบโตสิ....จะไปยึดอยู่กับอดีตทำไม
...จะไปยึดติดกับอดีตทำไม...
แม้ความคิดจะเป็นอย่างนี้ แต่ตัวเองกลับรู้ดีที่สุดว่าที่จริงแล้ว...เขาเองยังลืมคนๆนั้นไม่ได้..ไม่สามารถลืมได้...
ความอุ่นของฝ่ามือที่แตะบนไหล่ ดวงตาที่จ้องมาอย่างจริงจังภายใต้กระจกแว่น รอยยิ้มบางๆของชัยชนะหลังการแข่งขันประเภทคู่...แม้แต่เลือดที่ไหลรินและผ้าพันแผลที่ปกคลุมใบหน้า
ใครว่าเวลาจะทำให้ลืม...
...เวลา..เป็นเครื่องตอกย้ำที่ยิ่งทำให้จำฝังลึกต่างหาก...
'Trrrrr Trrrrr'
"หือ?" เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ไคโดคว้าโทรศัพท์มากดรับ ริมฝีปากเม้มแน่นเพราะชื่อที่อยู่ตรงหน้าจอเป็นชื่อเดียวกับคนที่คิดถึงอยู่เมื่อครู่
...รุ่นพี่อินุอิ...
"ครับ"
"นอนหรือยัง" เสียงนุ่มๆจากปลายสายเหมือนดังอยู่ใกล้ๆ เขาแนบหูลงกับโทรศัพท์อีกนิดเพื่อที่จะได้ยินเสียงนั้นชัดเจน
"ยัง..."
"เหรอ..."
เสียงลมจากปลายสายที่ได้ชิดชัดเจนทำให้คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย "รุ่นพี่ยังไม่กลับบ้านเหรอฮะ มาส่งผมตั้งนานแล้ว แถมนี่ยัง...เที่ยงคืนแล้วด้วย"
"ยังกลับไม่ได้น่ะ"
เสียงหัวเราะแผ่วๆดังแว่วจากฝั่งตรงข้าม ไคโดเม้มริมฝีปากแน่นไม่ได้พูดอะไรต่อ...หรือว่าเพิ่งกลับจากการไปหาใครหรือเปล่า
"นี่ วันนี้พระจันทร์สวยดีนะ" เป็นอะไรมากหรือเปล่า..โทรมาเพื่อชมพระจันทร์อย่างงั้นเหรอ
"อากาศข้างนอกก็ดี๊ดี นายไม่ลองออกมาเดินเล่นกลางคืนหน่อยเหรอ"
"ไม่ฮะ จะนอน" เสียงที่พูดออกไปสั่นไหวจนเจ้าตัวกัดปากแน่น...ทำอย่างกับกำลังโกรธเลย บ้าเอ๊ย
"นิดเดียวน่า ก่อนนอนก็ได้"
ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ของน้ำเสียงทุ้มนุ่มหรือความขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ร่างเพรียวค่อยๆลุกจากฟูกนอนไปยังหน้าต่างห้องนอนที่เปิดอยู่ เขาแหวกม่านแล้วเงยหน้ามองพระจันทร์ วันนี้ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวเว้าๆแหว่งๆแปลกประหลาดไม่เห็นเหมือนที่ได้ยินคำโม้เลยสักนิด
"ไม่เห็นสวยเลย จะเสี้ยวก็ไม่เสี้ยว จะกลมก็ไม่กลม"
"ไม่อยากดูพระจันทร์......" เสียงของอินุอิเงียบไปพักหนึ่ง "ก็มองลงมาข้างล่างสิ"
ดวงตาเรียวมองลงข้างล่างตามคำพูดเขาเสตาไปเห็นร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังมองขึ้นมา ใบหน้าสีขาวสะท้อนใต้แสงจันทร์สีนวลคลี่ยิ้มจางๆให้ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาผ่ายสายโทรศัพท์
"สุขสันต์วันเกิด..ไคโด..."
นัยน์ตาสีดำสันไหวริกกับคำอวยพรวันเกิดแบบไม่ทันตั้งตัว เขายกโทรศัพท์จะกดสายทิ้งด้วยความตกใจแต่ปลายสายกับแทรกเสียงเข้ามา
"อย่ากดวางนะ!!"
อินุอิยิ้มแจ่มใสเมื่ออีกฝ่ายยอมทำตามแต่โดยดี ลูกตาสีดำใสแป๋วราวกับตากวางจ้องมองมาที่เขาราวกับไม่อยากเชื่อ
"ตกใจหรือเปล่า ฉันตั้งใจไว้ตั้งนานแล้วว่าจะโทรหานายอวยพรวันเกิด แต่วันนี้ที่แวะไปแล้วได้มาส่งนายที่บ้านก็ดึกพอสมควรแล้ว...เลยเปลี่ยนแผนเป็นอวยพรวันเกิดแบบได้ยินทั้งเสียงได้เห็นทั้งหน้าดีกว่า ก็เลยเตร็ดเตร่รอเวลาอยู่ข้างนอกถึงตอนนี้ล่ะ"
"รุ่นพี่..."
อินุอิโบกมือให้แล้วพูดต่อ "แต่ว่าจะให้ขึ้นไปหานายก็คงไม่สะดวก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่พร้อมเค้ก...หลังเลิกเรียนแล้วกัน ฉันนัดไว้แล้วอย่าไปนัดซ้อนใครเข้าล่ะ"
"ฮะ...." เสียงไคโดรับคำเรียบๆก่อนจะปิดม่านลงบังสายตาของเขา
"ราตรีสวีสดิ์"
"ราตรีสวัสดิ์"
ร่างสูงกดวางสายแล้วยืนจ้องหน้าต่างอยู่ชั่วครู่...ทั้งที่ตั้งใจจะคุยหลายอย่างแต่อีกฝ่ายกลับเย็นชาเกินคาด แถมอาการดีใจยังไม่มีให้เห็นด้วยซ้ำ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันหลังให้ประตูรั้ว ขายาวๆก้าวไปบนถนนที่ถูกแสงไปสีเหลืองอมส้มสาดส่อง ก้าวไปช้าๆ..ราวกับจะถ่วงเวลาให้นานที่สุด
...หวังให้ผืนม่านนั้นเปิดอีกครั้ง...
อินุอิแหงนหน้ามองพระจันทร์ ใบหน้าเรียบเฉยติดแววน้อยใจ
แต่พลันที่รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมา แรงโถมจากด้านหลังก็ทำเอาหัวใจอุ่นวาบ ตามด้วยท่อนแขนเย็นๆที่สอดเข้ามากอดเอวและใบหน้าที่กดลงกลางแผ่นหลัง รอยยิ้มบนริมฝีปากก็ผุดพรายขึ้น เจ้าของอ้อมกอดแน่นพูดพึมพำอยู่กับแผ่นหลังของเขา..ดูเหมือนเจ้าตัวจะเขินจนไม่สามารถมองหน้าเขาไปพูดไปได้
...ถึงใครจะว่านายเป็นยังไงก็ตาม...
...แต่ฉันก็ยังคิดว่านายน่ารักอยู่ดี...
มือใหญ่ประกบกุมมือเรียวที่รัดเอวไว้พลางหัวเราะออกมาเบาๆ เขาเอี้ยวใบหน้าหันไปประกบจุมพิตมอบบนหน้าผากกลมมนเนิ่นนาน...
~ END ~
TALK
เชอะ!!!! อินุไค... เชอะ!!!!
จบ
เข้าโซนแฮปปี้เบิร์ทเดย์น้องงูดีกว่า
Happy Birth Day Kaido Kaoru
สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะที่รัก(อั๊ง)
ไม่รู้จะพูดอวยพรอะไรในวันเกิด เพราะไม่ถนัดเรื่องแบบนี้...ฮึก เอาเป็นว่า
รักน้องงูจ้ะ
ป.ล.น้องงูได้เป็นบุโจวของเซชุน อีหมีดีใจโฮกกกกกกกกกดีใจมากมายยยยย
ป.ล.2 ตอนนี้เนตห่วยมาก ที่ไม่ได้ออนส่วนใหญ่เพราะเนตมันเลวใส่....ชิชิชิ
ป.ล.3 ดูอนิเมกินทามะขำจนน้ำลายไหล ไอ้ฟ่างบ้า หลอกล่อช้านนนน
ป.ล.4 เอนทรีนี้หนีแม่ลงมาอัพ กรั่กๆๆๆ โดนจับให้นอนเร็วทุกวันเลยเดี๋ยวนี้T^T