[FICTION:SGL] 24.7

posted on 23 Apr 2011 02:03 by light2shadow in SINGULAR

 

*คำเตือน*

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงเรื่องสมมุติ ไม่เกี่ยวกับตัวตนจริงของศิลปินนะจ๊ะเบ่บี๋ เป็นเพียงการจิ้นของฟุโจฉิคนนึงเท่านั้น ขอบคุณค่ะ

 

 

 

~24.7~

 

 

 

...คุณคิดว่าถ้าคนเราอยู่ด้วยกัน...


...ความรู้สึกจะมีวันเปลี่ยนแปลงไหม...

 

 

 

ผมมองเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆที่มีเจ้าเครื่องไม้เครื่องมือหน้าตาประหลาดและสายระโยงระยางพาดทับไปมา ในห้องมีเพียงผม..กับคนอีกคนหนึ่งที่แทบจะไม่มีคำทักทายใดๆ คนๆนั้นดูจะสนใจสิ่งที่อยู่ในมือมากกว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก
 "นัท"
 คนถูกเรียกชื่อสะดุ้งเล็กๆก่อนจะเงยหน้ามองพลางกระพริบตาถี่ๆเหมือนเพิ่งฟื้นจากภวังค์
 "อ่าว มาตั้งแต่เมื่อไหร่" ดูมันถามครับ...
 "ก็พักนึงแล้วล่ะ พอจับกีต้าร์แล้วก็ไม่สนใจอะไรเลยนะ"
 เขายิ้มให้ผมจางๆ แล้วตบเก้าอี้ข้างๆเป็นสัญญาณบอกว่าให้ไปนั่งด้วยกัน ผมเสยเส้นผมยาวๆที่ปรกใบหน้าขึ้นแล้วเดินไปนั่งด้วย....ในที่ประจำของเรา
 "เพลินๆไปหน่อย โทษที จะเอาเลยป่ะ"
 ผมได้แต่ยิ้มกับคำถามนี้ เพื่อนผมคนนี้ชอบพูดอะไรที่ดูคลุมเครือ หากไม่ขยายความให้ดีๆหรือฟังแค่ผ่านๆก็อาจจะเข้าใจผิดได้ง่าย
 ...แต่ช่วงเวลาที่ตั้งแต่เจอกันวันแรกตราบจนวันนี้ก็ทำให้เราเรียนรู้กันและกันทีละน้อย...
 ...จนผมคิดว่าคนๆนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว
 "เอาสิ"
 สิ้นเสียง...ปลายนิ้วยาวของมือกีต้าร์ก็เริ่มขยับเบาๆขึ้นอินโทรซิงเกิ้ลแรกของพวกเรา 


 -24.7-


 คนที่อยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน...เกือบทุกเวลาในตอนนี้คงมีแต่ไอ้บ้าที่กำลังเล่นกีต้าร์อย่างเมามันนี่ล่ะมั้ง
 เขาไม่รู้หรอกว่าทุกครั้งก่อนที่เราจะซ้อมเพลงในห้องซ้อม ปลายนิ้วที่เคลื่อนไหวบนสายกีต้าร์ดึงดูดผมมากแค่ไหน
 ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันในยามเผลอ ปลายลิ้นที่แลบเลียริมฝีปาก ไหล่กว้างที่ขยับยามเปลี่ยนคอร์ด เส้นผมยุ่งๆที่ไม่ได้เซตซึ่งปรกลงบนหน้าผาก ดวงตาหรุบต่ำราวกับจะพาตัวเองหลุดพ้นไปจากบรรยากาศรอบกาย
 ...ชอบ...
 ครั้งหนึ่งในรายการวิทยุที่เคยให้สัมภาษณ์ไปว่าชอบคนที่ตั้งใจทำงาน อิทธิพลส่วนใหญ่ก็คนมาจากคนที่นั่งข้างๆกันตรงนี้
 ผมมองนัทผ่านม่านผมที่ตกระใบหน้า...เส้นผมที่ช่วยปิดบังว่าตอนนี้สายตาของผมมองอยู่ที่ใคร
 ความรู้สึกพิเศษมันไม่ได้ก่อตัวขึ้นง่ายๆ สำหรับผม...มันต้องใช้เวลาในการที่จะชอบ..หรือลืมใครสักคน
 สี่ปีก่อนนัทยังเป็นแค่นัท...มือกีต้าร์หน้ากวนนิ่งๆที่เจอในห้องอัด แต่ตอนนี้...เขาก็ยังเป็นนัทคนเดิม
 ...จะมีก็เพียงความรู้สึกของผมที่เปลี่ยนไป...
 ...ว่าเขา ไม่ใช่ 'แค่นัท' อีกต่อไปแล้ว...
 ไม่ใช่แค่คนที่ต้องเล่นดนตรีด้วยกัน คนที่อยู่ด้วยกัน คนที่คอยห่วงใยกัน คนที่ทะเลาะกัน และไม่ใช่แค่คนที่ทำงานร่วมกัน
 แต่เป็นนัท...มือกีต้าร์ของผม
 "เฮ้ย! ไมไม่ร้องวะซิน"
 เสียงไม่เบานักพร้อมมือที่ตบไหล่ด้านหลังทำเอาเกือบสะดุ้ง ผมได้แต่หันหน้าไปยิ้มสู้แล้วลูบไหล่เบาๆ
 "เจ็บเปล่าอ่ะ ตีแรงไปป่ะ โทษทีๆ"
 ผมได้แต่ส่ายหน้าให้ช้าๆพร้อยกับรอยยิ้มโดยไร้คำตอบใดๆ

 

 

 

 

 

 

...ซินเริ่มร้องแล้ว...
 ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกตาที่หรุบลงให้แพขนตาแตะผิวละเอียด
 ผมละความสนใจจากกีต้าร์ทั้งๆที่ปลายนิ้วยังขยับไปตามความเคยชิน เพลงที่ไม่รู้ว่าซ้อมไปกี่รอบแสดงไปกี่หนมันติดอยู่ในการขยับนิ้วจนผมสามารถละความสนใจ...ไปหาใครบางคนได้
 เวลาซินร้องเพลงในการซ้อม ถ้าจำเนื้อเพลงได้ทั้งหมดเขามักจะหลับตาแล้วเอียงศีรษะนิดๆคล้ายจะพาตัวเองหลุดไปยังอีกโลกหนึ่งที่มีเพียงเขาและเสียงเพลง พื้นที่ส่วนตัวเล็กๆที่มีเพียงเพลงเท่านั้นที่จะเข้าไปอยู่ด้วยได้
 ผมมองมือเรียวที่เคาะให้จังหวะอยู่บนกางเกงยีนส์ซีดๆตัวโปรด เส้นขนยาวๆบนแขนให้ความรู้สึกเซ็กซี่ยามที่มันถูกลมแอร์เป่า...จนผมเกือบจะคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้วที่คิดว่าขนแขนซินมันเซ็กซี่
 ...แต่มันเซ็กซี่จริงๆนะ
 ...บ้าจริงกู...
 รอยยิ้มน้อยๆเวลาถึงช่วงหยุดร้องทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าซินกำลังจินตนาการถึงใครในโลกส่วนตัวของเขาถึงได้ดูมีความสุขขนาดนี้ โลกส่วนตัว...พื้นที่เล็กๆที่ไม่ว่าใครก็ต่างมี ผมเองก็มีของผม ซินก็มี...และแม้จะไม่ต้องบอกอะไร โลกส่วนตัวของเราก็ไม่ได้ถูกก้าวล้ำหรือแตะต้องมากเกินไปกว่าที่ต่างฝ่ายต่างยอมให้กัน
 “ ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน ทุกเวลาเฝ้ารอ พบหน้า สบสายตา และอ้อมกอด”
 พอถึงท่อนฮุค ซินจะขมวดคิ้วทั้งๆที่หลับตา....อย่างนั้นแหละ
 บางทีผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองแม่งโรคจิตที่เอาแต่แอบมองอาการของเพื่อนร่วมวง และซินมันก็ไม่มีทางจะรู้ได้เพราะเอาแต่หลับตาอยู่ในโลกของตัวเอง 
 ...แต่เพราะหลับตา..ผมถึงกล้ามอง...
 อีกสักพักหนังตาบางๆที่ปิดอยู่จะกระตุกแล้วค่อยๆลืมขึ้นสินะ....ไม่ทันที่ผมจะนึกจบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตก็ค่อยๆหรี่ขึ้น ทำเอาผมเกือบหลบสายตามามองนิ้วตัวเองแทบไม่ทัน ซินยังคงร้องต่อไปเรื่อยๆ...เสียงไพเราะตามมาตรฐานของเจ้าตัวอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าฟังสักกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ...
 จะเป็นร้อยรอบ...พันรอบ...
 “วังวนที่ต่างกันของเรา มันคงจะมีแต่เรื่องราวมากมาย เจอคนที่ไม่เคยเข้าใจ เจอคนที่คอยทำร้ายเมื่อใกล้กัน”
 เสียงของซินแผ่วลง...ตามแรงที่เจ้าตัวจงใจผ่อน
 ในฐานะที่เป็นมือกีต้าร์...บางทีผมก็ไม่รู้หรอกว่าท่อนนี้ซินกำลังนึกถึง..หรือคิดถึงใคร อย่างที่บอกว่าคนทุกคนต่างมีพื้นที่ส่วนตัวที่ก้าวเข้าไปแตะต้องไม่ได้ ยิ่งเป็นอาณาเขตของซินแล้วยิ่งแตะไม่ได้เด็ดขาด ซินไม่ชอบให้ใครก้าวล้ำเส้นของเขา ไม่ชอบเปิดเผยความรู้สึกให้รู้ ไม่ชอบที่ถูกมองเห็นตัวตนที่แท้จริง
 ...แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางคน...
 บางที...อาจจะรวมถึงผมในบางครั้ง
 ถ้าการที่เราแค่มองการกระทำหนึ่งแล้วสามารถเดาอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ รู้กระทั่งว่าภายใต้รอยยิ้มแบบ ยี้มมมมยิ้มนั้นมีความรู้สึกอย่างไร ผมว่าบางทีปลายนิ้วของผมคงแตะไปที่เส้นขอบขอบพื้นที่ส่วนตัว..จนเอื้อมไปจับมือซินได้บ้างแล้ว
 ...โอเค...
 เพื่อนไม่ใช่แฟน...แต่ใช่ว่าเปลี่ยนไม่ได้ ความสัมพันธ์ของคนสองคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินกว่าใครจะมากำหนดแยกเอาไว้ได้ ไม่ใช่ว่าเพื่อนกันครับ..หรือแฟนกันครับ บางทีโลกเราที่มันร้อนขึ้นทุกวันก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่นิยามไม่ได้บ้างล่ะ
 สำหรับผม จังหวะชีวิตและสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ดีเกินพออยู่แล้ว
 ...เพราะผมชอบที่มันเป็นอยู่...
 “ก็ในใจฉันมีแต่เธอมีแต่เธอ เฝ้านับวันว่าเมื่อไรจะได้เจอ  เนิ่นนานฉันก็จะรอเธอเสมอ เฝ้าฝันละเมอ”
 ผมชอบเสียงร้องของซิน มันไม่ใช่เสียงที่ใสเหมือนระฆัง ไม่ได้ทรงพลังโชว์พาว ไม่ได้หวานหรือทุ้มนุ่ม...
 ...แต่เป็นเสียง...ที่จับไปถึงหัวใจ...
 ทันทีที่เพลงจบลง ซินก็จะยิ้มจางๆ แล้วมองผมก่อนที่จะเสยเส้นผมยาวๆที่ร่วงหล่นเป็นแพหยักศกสวย ช่วงวินาทีนั้นเองที่เราจะได้สบตากันพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากและอาการเก้อเขินนิดๆ
 ถ้าจะมีผู้ชายที่เหมาะกับคำว่าน่ารัก....
 คนๆนั้นคงอยู่หน้าผมแล้วตอนนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
“กลับด้วยกันป่ะ” มือกีต้าร์หนุ่มที่เก็บของเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามคนที่ยืนสะพายย่ามสีดำใบเก่งอยู่พร้อมกับแว่นสีชาอันโตที่คาดทับใบหน้า
 
 “หรือป๊าจะมารับ”
 “ก็ตอนแรกว่าจะกลับแท็กซี่ ขี้เกียจกวนป๊า” พูดจบก็ยิ้มให้จางๆเหมือนทุกครั้ง
 “งั้นกลับด้วยกันดีกว่า เดี๋ยวป๊าม๊าเป็นห่วง”
 “หือ? โตแล้วน่า แค่แท็กซี่กลับเองได้ แต่ให้ไปส่งก็ดี ง่วง....” ซินพูดจบแล้วก็คว้ากระดาษเนื้อเพลงเปื่อยยุ่ยมายัดใส่กางเกงตัวเองไว้แล้วทำท่าจะเดินออกไป
 “เฮ้ย...ซิน”
 ไอ้อาการขี้ลืมมันเป็นผลพวงมาจากความอัจฉริยะหรือไงนะ...นัทคิดในใจแล้วหยิบผ้าพันคอสีฟ้าอมเขียวที่พาดอยู่บนสแตนด์ขึ้นมาให้ดู
 “ขี้ลืมว่ะ...”
 “เออ..ลืมไปเลย” ซินหัวเราะเบาๆ มือเรียวเอื้อมมาจะคว้าผ้าพันคอของตัวเองคืน
 “มานี่เลย ขี้ลืมดีนัก” คนที่ถือผ้าพันคออยู่สืบเท้าเข้าไปหา แล้วค่อยๆจับผมยกขึ้นแล้วใช้มือเดียวหันผ้าพันคอให้อย่างเก้ๆกังๆ จนเมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อยปล่อยเส้นผมนุ่มนิ่มในมือลงให้เคลียบ่า
 “พันไว้จะได้ไม่ป่วย กลัวพาราเอาไม่อยู่.....”
 ก็เพราะไอ้พารานั่นแหละ ถึงทำให้รู้ว่ามุมที่อ่อนไหวของซินเป็นยังไง
 ...น้อยใจ..เพราะไม่ใส่ใจ...
 “แซวเหรอ?” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยเสียงที่ติดจะขุ่นกว่าปกติ
 “เออ แซวได้อีกนานเลยล่ะ”
 นัทหยิบกีต้าร์ขึ้นมาถือแล้วเดินนำไปก่อน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามแผ่นหลังที่นำอยู่ มือเรียวแตะเบาๆบนผ้าพันคอและไออุ่นจากฝ่ามือใครที่ยังเหลืออยู่ ซินยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะพึมพำร้องเพลงเบาๆราวกับจะพูดให้ตัวเองฟัง
 “ก็ในใจฉัน...มีแต่เธอ...มีแต่เธอ...”
 น่าแปลกที่คนเดินนำไปก่อนหยุดชะงักลง ก่อนที่จะหมุนตัวกลับมามองด้วยสายตาที่ยากจะตีความใดๆ และก่อนที่ซินจะได้ถามว่าทำไม ริมฝีปากหยักหนาก็ระบายยิ้มก่อนจะเปล่งเสียงออกมาด้วยเมโลดี้เพี้ยนๆตามประสาเจ้าตัวในท่อนฮุคของเพลง....ท่อนเดียวกัน
 ... แต่เป็นภาษาดนตรี...
 
 
 
 
-END ? -
 
 
 
 
 
 
 
or To Be Con.--------> ~Tender~  ล้อเล่น
 
 
 
TALK  เบาเบา
 
 
ฟิคซิงกูล่าร์เรื่องแรก แอบเอามาลงไว้ดึกๆ ฮว่าๆๆๆ เก๊าเขิน
เสี้ยนใจ แต่เรื่องนี้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับจำนวนหน้าและสาระ(55)
เป็นฟิคที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากมองไปมองมา สบสายตาอิอั๊ง
ตอนแรกคิดการใหญ่ อยากเขียนทีละตอนโดนใช้ชื่อตามเพลงในอัลบั้มทั้งหมด แล้วก็คิดได้ว่าว่างขนาดนั้นเลยนะหมี....เลยออกมาแบบนี้ก่อนค่ะ ครึ้มอกครึ้มใจ อาจจะมีอะไรเบาเบาต่อ (กร๊ากกก)
เช  ง่วงแล้ว (ตีสองจะตีสามแล้ว)
ใครอ่านแล้วชอบก็ขอบคุณมากๆนะคะ
 
รักศลป. รักคนอ่าน
 
ฮี่----------------------
 
 
 
 
 
 
 

 

edit @ 23 Apr 2011 02:48:58 by +:+:+หมีปิ่น+:+:+

edit @ 25 Apr 2011 08:56:01 by +:+:+หมีปิ่น+:+:+

Comment

Comment:

Tweet

lknsea

#10 By hqgikw (91.232.96.4) on 2012-02-17 13:53

llyilc

#9 By jymnfo (94.100.25.50) on 2012-02-17 00:16

Do you have a brilliant student life.

#8 By Writing a Term Paper (31.184.238.21) on 2012-01-09 23:31

You have beated my anticipation; I am absolutely content with your material it will help me in my custom essay or term paper writing. Thank you so much. I will certainly keep in touch.

#7 By term papers (31.184.236.16) on 2011-12-25 11:24

It’s uncomplicated to buy custom essay papers and some students don’t know that your really smashing topics related with this good topiccan exists and just because of that they buy research paper.

#6 By buy research paper (31.184.236.16) on 2011-12-21 13:34

A lot of specialists say that <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a> help a lot of people to live the way they want, because they are able to feel free to buy necessary goods. Furthermore, banks present short term loan for different persons.

#5 By FerrellRandi28 (94.242.214.7) on 2011-12-12 00:08

สุดยอดดดดดดด....
มีการร้อง "ก็ในใจฉันมีแต่เธอ มีแต่เธอ" คนฟังได้เขินตายกันพอดี ~

#4 By カプセル on 2011-04-26 00:48

โฮกกกกกกกกกกกกกกก อ่านแล้วจะละลาย ชอบมากๆ เลยจ้าาาาา >/////<

#3 By I_Eru_I on 2011-04-25 21:53

*กระโดดกอดไรท์เตอร์
อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงง......
อ่า... น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก
เกินไปแล้วอ่ะ คู่นี้
ชอบอ่ะค่ะ ชอบ อารมณ์มันใช่!!!
ชอบ.. เวลาที่แต่ละคนมองอีกฝ่าย

อืมม ไม่ใช่แฟน แต่ก็ไม่ใช่แค่เพื่อนสินะ 'ความสัมพันธ์ที่นิยามไม่ได้'<<กดไลค์ประโยคนี้

ซินเป็นผู้ชายที่ยิ่งกว่าเหมาะกับคำว่าน่ารักค่ะ!!

ไม่จบนะคะ ไม่จบ
อยากอ่านต่อ ต่อเถอะค่ะ*-*

#2 By ChYzzZ on 2011-04-23 08:36

รักคนแต่ง เค้ายอมแพ้ ยอมเซ็นสัญญาด้วย ฮืออออออออ ให้โวเยจจบก่อนนะ ฮึก บ้าที่สุด!!!!

#1 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2011-04-23 07:38