[Fiction] Second Chance [Singular]

posted on 15 Mar 2012 21:23 by light2shadow in SINGULAR directory Fiction
 
คำเตือน
 
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงเรื่องแต่งนะจ๊ะ อย่าคิดจริงจังนะเบ่บี๋
 
 
 
 
 
 
 
เธอลองมอง อีกทีให้ชัดเจนลงไป
 
มองดูใหม่อย่างช้าช้า และเปิดใจ อีกซักครั้ง

   
 
“ตื่นเต้นเหรอ”  จู่ๆคนที่นั่งข้างๆในรถตู้ก็พูดขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับหันมามองอย่างจริงจัง ในความมืดของยามค่ำคืนสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งแรกคือดวงตาที่บ่งบอกถึงความกังวลที่ไม่แตกต่างกัน
 
“ตื่นเต้นอะไรนัท คนกำลังนอนเหอะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่พยายามซ่อนความรู้สึกไว้
 
“อย่ามาน่า รู้ๆกันอยู่ เป็นใครจะไม่ตื่นเต้นล่ะ”
 
มือกีต้าร์หนุ่มทิ้งตัวลงกับเบาะแล้วแหงนคอขึ้นมองเพดาน ทีมงานคนอื่นๆในรถคงหลับกันหมดแล้ว....หลับไปพร้อมกับความตื่นเต้นของข่าวใหม่ที่เพิ่งได้รับจากทางต้นสังกัดและสปอนเซอร์รายใหญ่ที่กำลังทำเขาหลับไม่ลงอยู่ตอนนี้
 
“สามขวบเหรอเรา ก็มันเป็นเรื่องที่ถึงเวลาแล้วนี่ อย่ากังวลเลย” ซินพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังไปกว่ากระซิบ จะด้วยเพราะเกรงใจคนหลับหรือเพราะความมั่นใจอันมีอยู่เจือจางก็ตาม
 
“ซิงเกิ้ลใหม่...ซิงกูล่าร์ก็มาได้พอสมควรแล้ว จะมีคอนเสิร์ตใหญ่คงไม่แปลก” ยิ่งพูดดูเหมือนความมั่นใจในน้ำเสียงยิ่งหดหาย...จนสุดท้ายก็เหลือเป็นความเงียบใต้เงาม่านผมหยักศกยาวที่ตอนนี้ยุ่งนิดๆ
 
“กังวลก็บอกว่ากังวลดิ่วะ อย่ามาทำเป็นไม่มีอะไร เราไม่ได้รู้จักกันมาแค่วันสองวันนะเว้ย” นัทศอกเบาๆเข้าที่เอวของเพื่อนสนิท...เพื่อนที่รู้ใจ
 
“ฮะฮะ” สิ้นเสียงหัวเราะ ในรถก็ตกอยู่ในความมืดที่เงียบสนิทอีกครั้ง จะมีก็แต่เสียงภายนอกของรถและเสียงล้อที่บดท้องถนน ซินเหลือบมองคนขับที่อยู่ไกลออกไป ยังดีที่คราวนี้เขาเป็นคนขอนั่งเบาะหลังสุดเองเลยทำให้เรื่องที่กำลังพูดมีแค่เขากับนัทเท่านั้นที่ได้ยิน
 
“ก็แค่คิดว่า...มันเร็วไปหรือเปล่า ก้าวเล็กๆที่เราเดินมาด้วยกันทุกวันมันกลายเป็นการกระโดดครั้งใหญ่ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ก็กลัวนะ....ว่าอาจจะยังไม่พร้อม”
 
ปลายนิ้วเรียวม้วนเส้นผมหยักศกเล่น คนข้างกายที่อยู่ด้วยกันมาตลอดรู้ดีว่าอีกคนกำลังคิดอะไร
 
...ถล่มตัวเอง?...
 
...ไม่มั่นใจ?...
 
ไม่ใช่หรอก....นัทบอกกับตัวเอง เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ซินกลัวหมายถึงอะไร
 
กลัว...กับความคาดหวังของคน
 
กังวล...ว่าจะทำได้ไม่สมกับที่ตั้งใจ
 
“พอกันแหละ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราจะมาอยู่ถึงจุดนี้ได้”
 
...เรา...ซิงกูล่าร์ ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันในห้องอัด งานออกแบบเลื่อยไม้ทำแพคเกจซีดี การเดินทางเข้าไปเสนอเพลงในช่องทางต่างๆ
 
...เรา..ที่เป็นเรา...ซิงกูล่าร์ที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่ง
 
ซินหันกลับมามองคนที่นั่งข้างๆและเขาก็รู้ว่าจะได้เห็นอะไร...
 
รอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายมีคำตอบอยู่ในตัว
 
“เมื่อก่อนฉันยังจำได้ นายออกแบบแล้วให้ฉันเป็นคนเลื่อยไม้ มือเมองี้เยินไปหมด”
 
“แล้วใครก็ไม่รู้เนอะดันติดลมซ้อมไม่เลิกจนคนอื่นกลับบ้านเช้า” เจ้าของเสียงนุ่มไม่ยอมแพ้ ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม
 
“เออ แม่นายก็เป็นห่วงใหญ่นึกว่าลูกหาย ปรากฏว่าดันไม่รู้ตัวนอนหลับสบายใจซะงั้น” เพราะมีโทรศัพท์ไปหาแต่เช้าตรู่ทำเอาคนที่เพิ่งถึงบ้านตกใจไปด้วย
 
“มีอะไรอีก...อ่อ...พาราไง” พอพูดจบนัทก็อดขำกับอาการที่คล้ายจะค้อนนิดๆไม่ได้
 
“แซวยาวเลยนะ ก็คนมันไม่สบายนี่หว่า มันก็อยากให้คนอยู่ด้วยกันใส่ใจบ้าง ไม่ใช่ว่าจะนอนท่าเดียว คนเขาปวดหัวจะตาย”
 
“ก็ใส่ใจไง....ตอนนี้ก็ใส่ใจอยู่”
 
แทนคำพูดที่มากกว่านั้น มือใหญ่ก็เลื่อนไปวางข้างๆนิ้วเรียวยาวที่วางบนตักเจ้าตัวแล้วลูบปลายเล็บเบาๆ
แม้จะสะดุ้งนิดๆที่อยู่ๆก็ถูกลูบปลายเล็บแต่เจ้าของมันก็ยอมให้อีกฝ่ายลูบเบาๆ สัมผัสพริ้วแผ่วอบอุ่นถ่ายทอดให้กันและกัน ซินมองปลายนิ้วสากที่ไล้เรื่อยมายังหลังมือ เส้นเลือดในตัวราวกับจะสูบฉีดแรงขึ้นอีกนิด ชายหนุ่มมองเจ้าของปลายนิ้วแล้วอดยิ้มไม่ได้
 
การให้กำลังใจในแบบของ “นัท” เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ในวันที่เขารู้สึกแย่หรือเหนื่อยจนทนไม่ไหว คนข้างๆของเขาไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าแกล้งพูดกวนหรือใช้สัมผัสเล็กๆน้อยๆแทนคำพูดให้กำลังใจอย่างตรงไปตรงมา ไอ้คนหน้านิ่งเหมือนถ่ายบัตรประชาชนตลอดเวลาคนนี้ชอบใช้คำพูดแทนการกระทำมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
แต่น่าแปลก...ที่มันสื่อสารออกมาได้ยิ่งกว่าคำพูด
 
“รู้น่า” ซินพึมพำเบาๆแล้วทิ้งตัวซุกลงกับเบาะ เขาค่อยๆเลื่อนหัวเอนลงช้าๆจนแตะกับไหล่ของคนข้างๆ
 
“หันหน้ามาสิ”
 
“หือ?” นัยน์ตาเชื่อมแสงเพราะความอ่อนล้าเปิดขึ้นแล้วขยับศีรษะเงยหน้าขึ้น ซินมองสบตากับนัยน์ตาที่อยู่ใกล้แสนใกล้จนลมหายใจแทบจะสัมผัสกัน
 
บางทีไอ้เพื่อนคนนี้ก็ทำให้รู้สึกเหมือนเล่นไวกิ้งอยู่....
 
วูบโหวง...จนพูดไม่ออก
 
“เห็นหรือเปล่า?”
 
 
 
เธอจะได้รู้ว่ามีผู้ใด
อยู่ในตัวฉันให้เธอค้นเจอ
มองดูให้ซึ้ง ถึงความหมายมากมาย
เพื่อให้เธอรู้และตัดสินใจ

   
 
มันกลายเป็นเฮอริเคนไปแล้ว....

เหมือนร่างกายถูกตรึงเอาไว้ตอนที่ใบหน้าของนัทเขยิบเข้ามา ชายหนุ่มผมยาวอยากจะหลับตาลงแต่ก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความรู้สึกบังคับ...แต่เป็นเพราะเขาเห็นอะไรบางอย่างในแววตาคู่นั้น
 
ไม่ใช่ใครอื่น...แต่เป็นคนคุ้นเคยคนเดิม
 
ที่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม....
 
“อยากให้เห็นป่ะล่ะ” เจ้าตัวพูดพร้อมรอยยิ้มหวาน...ที่หวานพอจะทำให้คนถามถูกดึงเข้าไปเล่นเฮอริเคนด้วยหัวใจวูบไหวอีกคน
 
“กวนตีน” นัทพึมพำเบาๆก่อนจะแตะริมฝีปากลงไป สัมผัสแผ่วเบาราวปีกฝีเสื้อ กลีบปากบางนุ่มอุ่นเหมือนทุกครั้ง มือกีต้าร์ของซิงกูล่าร์ไม่ได้บดเบียดไปมากกว่าสัมผัสนั้นแต่ช่วงระยะเวลาที่แตะกัน...ความหวานซ่านก็แผ่กระจายจนอบอวลไปทั่วกาย
 
 
  
เธอยังลังเลอยู่อย่างนั้น
คงไม่มีวัน ที่เราจะพบทางไป
รับรู้ในบางสิ่งที่ฉัน จะไม่ซ้ำกับใครคนอื่น
อยากให้เชื่อในสิ่งนั้น
 
 
 
 
 
“เชื่อสิ ว่านายทำได้” นัทถอยตัวออกมาแล้วพูดด้วยเสียงทุ้มพร่าแผ่วเบา
 
“ไม่ได้หรอก” เสียงพูดแผ่วเบาพอกันแต่กลับมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป ซินถอยตัวออกมาห่างอีกครั้ง เขาเอนหัวซบลงที่กระจกของรถตู้ ไอเย็นของกระจกทำให้ใบหน้าร้อนๆคลายลงได้บ้าง
 
“ฉันคนเดียวทำไม่ได้หรอก....ถ้าไม่มีนาย ซิงกูล่าร์ไม่ได้เกิดมาจากฉันหรือนาย....แต่เกิดมาจากเรา” น้ำเสียงนุ่มนวลพูดเบาๆก่อนจะยืดตัวเงยหน้าแตะริมฝีปากเข้าเชื่องช้า ชายหนุ่มไม่ได้บดเบียดจุมพิตหากแต่แค่แตะเอาไว้..เบาเบา
 
มือกีต้าร์หนุ่มนิ่งอึ้ง แม้ว่าหลังจากคนข้างๆถอนตัวออกไปแล้วใบหน้ายังคงเป็น “นัทถ่ายบัตร” อยู่เหมือนเคย แต่ความเปลี่ยนแปลงที่แทบไม่เปลี่ยนนั้นก็ไม่อาจจะรอดพ้นสายตาคนที่อมยิ้มอยู่ไปได้ ซินโคลงศีรษะไปมาพึมพำทำนองเพลงใหม่ในลำคอ นัยน์ตากลมโตใต้แพขนตามองเสไปเรื่อยด้วยแววตาเป็นประกาย
 
“โห...เล่นอย่างงี้ไปไม่เป็นเลยนะครับคุณซิน”
 
"ก็คุณนัทเล่นก่อนทำไมครับ”
 
“เดี๋ยวนี้ร้าย” เสียงทุ้มพึมพำ เขายื่นหน้าไปจะเอาคืนแต่กลับโดนมือเรียวยกขึ้นกันไว้
 
“หมดโควต้าแล้ว...ขอบใจนะ”
 
แม้จะพูดดูเหมือนเรื่อยเปื่อย แต่คนฟังก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายขอบคุณเรื่องอะไร นัทไม่ได้ตอบรับคำขอบคุณนั้นด้วยคำพูด แต่กลับใช้ภาษากาย...มือใหญ่แตะลงที่มือของซินแล้วกุมเอาไว้ บีบเบาๆ...ให้รับรู้ถึงความรู้สึกเดียวกันที่ส่งผ่าน
 
...เราจะก้าวข้ามความกังวลไปด้วยกัน....
 
เสียงสะท้อนจากแววตาที่สบกันในความมืดบอกอย่างนั้น
 
...เราจะทำให้ดีที่สุด...
 
มือที่กอบกุมแทนคำพูดไร้สำเนียง
 
...ฉันเชื่อในตัวนาย...
 
รอยยิ้มที่ส่งผ่านกันและกันแทนความคิดนับร้อยพัน
 
...เชื่อ...ในตัวของพวกเรา...
 
 
 
   


~END~
 
 
 
TALK
 
ไม่ได้แต่งฟิคคนเดียวจบมานานมาก กร๊ากกกกก
 
เขียนด้วยอารมณ์คนอยากไปคอนใหญ่แต่ไปไม่ได้ กุซิกๆ
 
ใช้นัทแทนณัฐด้วยความโมเอ้ส่วนตัว
 
ฮื้อออออออออ  อยากไป
 
(ทอล์คไร้สติอีกแล้ว....)

edit @ 15 Mar 2012 22:03:03 by +:+:+หมีปิ่น+:+:+

Comment

Comment:

Tweet

ในที่สุด ก็อู้งานมาอ่านจนได้ (ทนถึงเช้าไม่ไหวหรอก ช่างหัวงาน ฮือออออออออออ)

คุณปิ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน /เขย่า
ก็ถ้าซินจะน่ารักขนาดเน้~~‼ (มันน่ามีมือที่สาม(ฮา))
โอ๊ยยยย อ่านแล้วหวานหัวใจ
อยากมีใครมารักกันเบาๆบ้าง

#2 By 『 フェロン 』 on 2012-03-15 23:45

อยากมีคนมารักกันเบาๆงี้มั่ง

#1 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2012-03-15 22:28