[Haikyuu Fiction] FRIEND ZONE Chapter 1 [Oikawa x Iwaizumi]

posted on 13 Dec 2014 08:45 by light2shadow in haikyuu directory Fiction
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อิวาอิซึมิ ฮาจิเมะ เกลียด โออิคาวะ โทรุ

   
เหนือท้องฟ้าสีส้มเข้มมีดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนคล้อย ขอบระเรื่อเจือผืนฟ้ากว้างให้เป็นสีจางในแสงสุดท้ายของวัน ลมพัดพลิ้วไหวดึงก้านใบของซากุระให้ปกคลุมท้องถนนด้วยสีชมพูอ่อนราวกับพรมธรรมชาติ เสียงกระดิ่งรถจักรยานดังประสานกับเสียงหัวเราะของนักเรียนที่เลิกจากวันแรกที่ทั้งตื่นเต้นและน่าเบื่อในคราวเดียวกัน
   
อิวาอิซึมิแหงนใบหน้าขึ้น และกว่าจะรู้ตัว...ดวงตาข้างหนึ่งก็มืดมิดเสียแล้ว เขายกมือขึ้นหยิบสิ่งที่ขวางกั้นสายตาออก กลีบสีชมพูอ่อนติดอยู่บนปลายนิ้ว
   
“ซากุระ...” แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ใช่คนอ่อนโยนอยู่แล้ว กลีบที่อยู่ในมือจึงถูกปล่อยออกไปโดนฝ่าเท้าของใครต่อใครเหยียบย่ำ
   
อิวาอิซึมิออกเดิน...แล้วชะงักเมื่อเห็นใครบางคนที่ตกอยู่ในวงล้อมของนักเรียนหญิงต่างโรงเรียน คนตรงนั้นยกยิ้มมุมปากแล้วโบกไม้โบกมือทักทาย ปากเรียกชื่อ ‘อิวะจัง อิวะจัง’ ไม่มีหยุด
   
น่ารำคาญชะมัด ไอ้เวรคาวะเอ๊ย!
   
“อิวะจัง โออิคาวะซังอยู่นี่”
   
จะทำไม่เห็นก็ไม่ทัน คนถูกเรียกได้แต่ถอนใจแล้วเดินเข้าไปใกล้ หญิงสาวที่รายล้อมอยู่แหวกทางให้ด้วยสีหน้าหวาดๆ เดี๋ยวเหอะยัยพวกนี้...ก็หน้ามันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดจะให้ทำยังไงวะ

“มีอะไร” พูดห้าวห้วนเหมือนทุกครั้ง แต่คนหน้าเป็นก็ไม่เปลี่ยนสีหน้าสักนิดแถมยังหันไปโบกมือบ๊ายบายยิ้มหวานให้เด็กผู้หญิงรอบกาย
   
“กลับบ้านกันดีๆนะสาวๆ”
   
อิวาอิซึมิถอนใจอีกครั้ง แต่ไหนแต่ไรก็เป็นแบบนี้ ตั้งแต่เด็กที่อยุ่ด้วยกันมาไอ้หมอนี่ก็มีสาวมารุมล้อมตลอด แรกๆก็เป็นพวกคุณป้าคุณครูที่เอ็นดูในความช่างพูดช่างประจบ แต่พอเริ่มเข้าม.ต้นกลุ่มเป้าหมายจึงเปลี่ยนเป็นสาววัยใกล้เคียงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง อาจจะเป็นเพราะการดูแลที่เท่าถึงอย่างเท่าเทียมด้วยล่ะที่ทำให้คนอย่างหมอนี่ป็อปเสมอ
   
ไม่มีใครพิเศษหรือสำคัญกว่าใคร
   
“อิ-วะ-จัง----“
   
คนที่ยืนเหม่อสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกคนที่หน้าแป้นแล้นยิ้มส่งเด็กผู้หญิงยื่นเข้าใกล้ อิวาอิซึมิเม้มปากแน่นแล้วก้าวถอยหลังอัตโนมัติ อยู่ใกล้เกินไปจะอดซัดใส่สักหมัดไม่ไหว
   
“วันนี้ไม่มีซ้อม ไปไหนกันดี”
   
“กลับบ้านไง”
   
“อิวะจังใจร้ายจังน้า” โออิคาวะโอดครวญ ใบหน้าของเซตเตอร์มือหนึ่งของอาโอบะโจวไซทำปากบู่
   
โอเค หมัดสั่นระริกเลยล่ะ
   
“ใจร้ายจังน้า ใจร้ายที่สุด โออิคาวะซังเสียใจจัง”
   
สามขวบหรือไงห๊ะ!
   
“ถ้าไม่หยุ---“
   
“ใช่ซี้ อิวะจังใจดีแต่กับคนอื่น แต่ใจร้ายกับฉันตลอด”
   
อิวาอิซึมิรู้สึกได้ถึงเส้นสติที่ขาดผึงในหัว

“หนวกหูน่า ไม่มีซ้อมแล้วไง แยกย้ายกลับบ้าน หรือจะไปเดทกับใครที่ไหนก็เรื่องของนาย น่ารำคาญชะมัด...” คำสุดท้ายเด็กหนุ่มผมสั้นพึมพำกับตัวเอง มือหยาบกระชับสายกระเป๋าที่พาดบนบ่าแล้วก้าวออกเดิน
   
“อิวะจังใจร้าย ฉันอุตส่าห์ไม่ไปกับสาวน้อยน่ารักเพื่อมาเดทกับอิวะจังเชียวน้า— ไปนั่งกินข้าวกันนะ ร้านราเมงที่อิวะจังชอบก็ได้”
   
“เดทบ้าบออะไร แล้วใครอยากเดทด้วยไม่ทราบ อารมณ์เสียตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกเลย...บ้าเอ๊ย” สองสามคำสุดท้ายเจ้าตัวพึมพำกับตัวเอง
   
คนที่สูงกว่าพุ่งมาดักหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววออดอ้อน หนำซ้ำยังฉวยมือทั้งสองข้างมาจับเอาไว้แน่นจนอีกฝ่ายกระตุกดึงไม่ออก
   
“ปล่อย— ไอ้งี่เง่าคาวะ” เท้ายกเตรียมจะยัน แต่คนที่รู้ทางกันดีมาตั้งแต่เด็กเอี้ยวตัวหลบได้ก่อน ฝ่าเท้าที่ตั้งใจยันเต็มที่จึงเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงทำเอาอิวาอิซึมิถลาพุ่งล้ม
   
“เหวอ!!”
   
ร่างกายถลันไปข้างหน้าเพราะยั้งไม่ทัน อิวาอิซึมิหลับตาแน่น และในขณะที่คิดว่าตัวจะกระแทกพื้นแน่แล้วก็รู้สึกถึงแรงจากมือใหญ่ที่ฉุดข้อมือไว้ เด็กหนุ่มหันมองโออิคาวะพร้อมอ้าปากกะจะต่อว่า แต่ไม่ทันได้ทำก็ถูกปล่อยให้ก้นกระแทกกับพื้นพรมซากุระ ตามด้วยแรงกระแทกจากด้านบนและท่อนแขนที่สอดมาด้านหลังแล้วพลิกให้เขาอยู่บน
   
อิวาอิซึมิตาเบิกโพลง ในขณะที่โออิคาวะแย้มยิ้มท่ามกลางกลีบซากุระ
   
“อะ...ไอ้...”
   
“เหมือนเด็กๆเลยนะอิวะจัง ซากุระติดผมเต็มไปหมดเลย”
   
“ฝีมือแกไม่ใช่รึไง! ลุกขึ้นไปเลย คนมองกันใหญ่แล้ว”
   
เพราะถูกกอดไว้ อิวาอิซึมิจึงรู้สึกได้ถึงแรงเต้นของบางสิ่งบางอย่างในอก ลมหายใจแผ่วที่รินรดลำคอชวนให้หวนนึกไปถึงวันที่พวกเขาพ่ายแพ้ในการแข่งขันวอลเลย์บอลครั้งสุดท้ายของระดับมัธยมต้น สามปีก่อนในห้องชมรมที่ไม่มีใคร โออิคาวะและอิวาอิซิมิร้องไห้ด้วยกันและปลอบโยนด้วยอ้อมกอดแนบแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวขับไล่น้ำตากลายเป็นสัมผัสแสนแปลก...ทั้งเร่าร้อนและชวนให้งุงงงเหมือนอยู่ในเขาวงกต
   
โออิคาวะจูบเขา...เขาจูบตอบ ณ ตอนนั้นมันมีหลากหลายความรู้สึกปะปนกัน ทั้งเสียใจ เจ็บปวด ต้องการการปลอบประโลม อยากได้สัมผัสที่ยื้อรั้งตัวตนของตนเองเอาไว้และความรุ่มร้อนอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยที่เริ่มโต แต่ในตอนที่อีกฝ่ายสอดมือเข้ามาในกางเกงชื้นเหงื่อกอบกุมส่วนนั้นเอาไว้ด้วยอุ้งมือร้อนผ่าว เขากลับผลักโออิคาวะให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว
   
สีหน้าแปลกใจระคนน้อยใจในวันนั้นยังติดตรึง
   
“ลุกไป” คนที่อยู่ข้างล่างถีบอย่างไม่ออมแรง อิวาอิซึมิลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ติดตามตัว ต่อให้โลกนี้มีตัวน่ารำคาญแค่ไหน ก็คงไม่มีใครเกินไอ้บ้าคาวะนี่แล้วล่ะ
   
“เปิดเรียนม.ปลายปีสุดท้ายแล้ว อิวะจังยังเย็นชากับโออิคาวะซังเหมือนเดิมเลยน้า”
   
“เคยมีใครบอกไหมว่าไอ้น้า--- น้า----ของนายเนี่ย“ อิวาอิซึมะเลียนเสียง “มันน่ารำคาญเป็นบ้า”
   
“ไม่มี” โออิคาวะยักคิ้วแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าอิวะจังนิดหน่อย แต่เพราะอย่างนั้นเลยสามารถมองเห็นในจุดที่เจ้าตัวไม่เห็นได้ เขายกมือขึ้นและเห็นอิวาอิซึมิผงะถอยหลัง นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นแสงชั่ววูบ...เพียงวูบเดียวเท่านั้น จนอีกคนฝั่งตรงข้ามไม่ทันมองเห็น
   
“ไอ้คนหลงตัวเอง หลีกไปเลย” มือผลักอกให้ออกห่างแต่อีกฝ่ายกลับจับเนคไทแล้วดึงรั้งจนใบหน้าแทบจะแนบชิด ความห่างเพียงเสี้ยวเซนติเมตรถูกแทรกกลางด้วยลมหายใจอุ่นๆ
   
“ทำอะไรอีกห๊ะ---“
   
“นี่...ไม่อยากรู้เรื่องโทบิโอะจังเหรอ”
   
...โทบิโอะจัง....คาเงยามะ โทบิโอะ รุ่นน้องของพวกเขา เด็กหนุ่มที่มีแววตาสุกใสลุกโชนราวกับเปลวเพลิงคนนั้น คาเงยามะเป็นรุ่นน้องสมัยม.ต้น ในตอนนั้นเด็กน้อยผมดำตาวาววับช่างน่าเอ็นดู แต่เพราะนิสัยแข็งๆของเจ้าตัวทำให้ตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งแบบเด็กๆของโออิคาวะ ซึ่งเขาเองก็ต้องช่วยรับผิดชอบด้วยการดุด่าไอ้เพื่อนงี่เง่าคนนี้ไม่ขาดสาย
   
โทบิโอะจัง....โออิคาวะเรียกอย่างนั้น
   
ส่วนคาเงยามะ คือชื่อที่อิวาอิซึมิเรียก
   
เด็กหนุ่มผมสั้นใช้ดวงตาเรียวจ้องคนตรงหน้าเขม็ง คิ้วที่ชี้อยู่แล้วขมวดมุ่น อิวาอิซึมิกัดริมฝีปากรอคอยคำพูดของโออิคาวะ
   
จะพูดอะไร หรือว่าหมอนี่รู้อะไรมากกว่าที่เขาต้องการให้รู้
   
“ทำไม....”
   
“อย่านึกว่าโออิคาวะซังไม่รู้นะ อิ-วะ-จัง”
   
เอาอีกแล้ว น้ำเสียงอวดดีที่แสดงอย่างโจ่งแจ้งว่ารู้ทันของโออิคาวะทำให้เขาไปไม่เป็น อันที่จริงถ้ากัปตันทีมของเขาเป็นประเภทลัลล้าไปวันๆอย่างบุคลิกที่เจ้าตัวจงใจให้คนอื่นเข้าใจอย่างนั้น....อิวาอิซึมิอาจจะเกลียดคนๆนี้น้อยกว่านี้ก็ได้ แต่เพราะกับคนสนิท โออิคาวะกลับแสดงด้านที่ซ่อนไว้ออกมาโดยไม่ปิดบังราวกับว่าตนเองกำลังกุมความลับเอาไว้  การกระทำคลุมเครือไม่ชัดเจนเป็นสิ่งที่คนตรงไปตรงมาอย่างเขารำคาญที่สุด
   
“รู้อะไร พูดไม่รู้เรื่องนะ” มือตบปีสามดึงเนคไทออกจากมือแล้วเดินทิ้งห่างอย่างรวดเร็ว
   
กัปตันทีมอาโอบะโจไซไม่ได้เดินตาม แต่เสียงขรึมกลับไล่หลัง...และกระแทกเข้าไปที่กึ่งกลางใจ
   
“โทบิโอะจัง...เด็กที่อิวะจังสนใจคนนั้นน่ะ ตอนนี้กำลังคบอยู่กับฉัน”
   
   









คาเงยามะคบกับโออิคาวะ?
   
โลกมันบ้าหรือความร้อนสูงจนเกิดภาวะเรือนกระจกตีกลับกันแน่ถึงทำให้เรื่องบ้าบอคอแตกแบบนี้เกิดขึ้นได้
   
ไม่รู้สิ สำหรับเขา คาเงยามะคนนั้น...เด็กหนุ่มตัวเล็กแววตากร้าวไม่ได้มีบรรยากาศประเภท ‘กรุณาคบกับผมเถอะนะครับ’ เลยสักนิด หรือถ้าให้พูดแบบถูกเผงตรงตัวไปเลยก็เป็นว่า..เป็นพวกเห็นวอลเลย์บอลสำคัญกว่าแฟน
   
แถมเด็กคนนั้น...กับไอ้หมอนี่เนี่ยนะ?
   
อิวาอิซึมิก้มหัวลงให้สายน้ำพุ่งลงกลางศีรษะ เขาขยี้หัวล้างคราบแชมพูแล้วใช้สบู่ค่อยๆตีให้เกิดฟองลูบไล้ไปตามลำตัว จะสามปีแล้ว เท่าที่เห็นมาความสูงของพวกคนรู้จักสมัยม.ต้นก็มาพรวดๆเอาตอนขึ้นม.ปลาย ของเขาเองแม้จะไม่ได้หยุดทันทีแต่ก็ไม่มากไม่น้อยเกินไปกว่า 179ซม. เป็นเหตุให้ใครบางคนล้อได้ทุกวี่ทุกวันว่าจะประหยัดไว้ทำไมกับแค่เซ็นต์เดียว
   
รองกัปตันหนุ่มปิดน้ำแล้วสะบัดตัว เขาเทผงน้ำร้อนก่อนจะใช้มือตีให้กระจายเป็นสีเขียวอ่อนๆแล้วสอดตัวลงใต้ผืนน้ำอุ่นที่โอบร่าง ปลดปล่อยความคิดในหัวให้ล่องลอยไปกับกลุ่มควันเหนือผิวน้ำ
   
ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง...แต่อิวาอิซึมิก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมโออิคาวะถึงได้คบกับคาเงยามะ
   
และความลับที่ว่าเขาสนใจคาเงยามะ....ทำไมไอ้หมอนั่นถึงรู้
   
อิวาอิซึมิหลับตาพลางถอนหายใจคล้ายอยากจะปัดเป่าเรื่องที่อยู่ในหัว
   
เริ่มแรกเกิดจากความเอ็นดู คาเงยามะที่มีดวงตารั้นและคอยมองตามแต่โออิคาวะดึงดูดใจเขาอย่างน่าประหลาด ความเอ็นดูเป็นจุดแรกก่อนที่จะเริ่มพัฒนาขึ้นทีละนิดกลายเป็นว่าทุกครั้งที่คาเงยามะเข้าหาโออิคาวะ เขาที่อยู่ด้วยแทบตลอดเวลาก็จะคอยมองและบางครั้งก็ช่วยเหลือบ้างถ้าไอ้บ้านั่นแกล้งเกินไป
   
จนเรียนจบม.ต้น พวกเขาทั้งคู่ก็เข้าเรียนที่เดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะตามติดกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาลแล้วมั้ง ช่วงเวลาสองปีที่แยกจากบวกกับการเรียนที่เข้มข้นขึ้นทำให้อิวาอิซึมิแทบจะไม่ได้นึกถึงหน้าดื้อๆของคาเงยามะ ในฐานะรองกัปตันเขาต้องทำหน้าที่คล้ายๆคุณแม่ของทีมที่รวมพวกวัยรุ่นเลือดร้อนเข้ามารวมกันให้ได้
   
จนเกือบจะหายไปจากใจ...ถ้าโออิคาวะไม่พูดขึ้นมา
   


Trrrrrr Trrrrrrrrr
   
เสียงโทรศัพท์ปลุกคนในอ่างน้ำขึ้นจากภวังค์ เด็กหนุ่มรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันเอวลวกๆแล้วก้าวพรวดออกมาดึงโทรศัพท์ที่ชาร์ตแบตอยู่ไม่ไกลตัว
   
“หวัดดีครับ” เพราะเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้น สำเนียงรับสายเลยสุภาพกว่าปกติ
   
“คินดะอิจิครับ.....”
   
คินดะอิจิ.....ไหนวะ อิวาอิซึมิยืนนึกก่อนที่ภาพลางๆจะเริ่มเกิดในหัว ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นเจ้าเด็กหน้าตาจริงจังสักคนรุ่นน้องในทีมโรงเรียนเก่า จะว่าไปแล้วทำไมเด็กนี่ถึงมีเบอร์เขาได้นะ
   
“อ่อ คินดะอิจิ มีอะไรเหรอ”
   
“ผมสอบเข้าได้แล้ว และผมก็จะสมัครเข้าชมรมวอลเลย์ด้วยครับ รุ่นพี่อิวาอิซึมิ”
   
“ห๊ะ..อะ เอ่อเหรอ ดีๆ”
   
อิวาอิซึมิหยิบผ้าขนหนูมาโปะลงหัวแล้วเช็ดไปด้วย คินดะอิจิพูดอะไรสักอย่างทำนองว่าจะมุ่งมั่นตั้งใจ บทสนทนาจืดชืดดำเนินไปได้ไม่กี่นาที อิวาอิซึมิก็ตัดบทวางหูด้วยการบอกว่าค่อยเจอกันที่ชมรม
   
เด็กหนุ่มถอนหายใจ หยิบเสื้อผ้ามาสวมแล้วบอกตัวเองไม่ให้คิดเรื่องอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครหน้าไหนก็ตาม
   
อดีตก็ส่วนอดีต อนาคตของเขามีแค่วันพรุ่งนี้และเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้
   
...ในฐานะเอซและรองกัปตันคนใหม่....


   

ชีวิตของนักเรียนม.ปลายปีสุดท้ายกับกระแสกาลเวลาที่ไหลย้อนคืน ความรัก ความเจ็บปวด ความเข้าใจ หรือความเผลอไผลที่แกล้งทำลืมเลือน
   
ณ ตอนนี้ เข็มนาฬืกาหมุนทวนกลับมาแล้ว
   
   


“ได้เวลาแล้วสิน้า------“
   
น้ำเสียงทุ้มพูดแผ่วเบากับรูปใบเก่าของเด็กชายสองคน เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลสลวยเคาะนิ้วลงบนใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยผิวเกรียมแดดที่ยืนทำหน้ามู่ทู่คู่กับเด็กชายอีกคนที่ยิ้มแป้นชูกล่องใส่แมลงในมือ
   
ตอนนั้นเขาทั้งร้องไห้ทั้งอ้อนจนอิวะจังยอมยกแมลงที่จับมาได้ให้ อิวะจังทั้งบ่นทั้งด่าเพราะว่าตัวแมลงปลายฤดูร้อนไม่ใช่ว่าจะจับง่ายๆ ร่างกลมป้อมวิ่งหกล้มหกลุกเปรอะเปื้อนดินอยู่ตั้งนานกว่าจะได้มันมา แต่พอเห็นเขาทำท่าอยากได้จริงจังก็ยอมตัดใจยกให้
   
เปล่าหรอก โออิคาวะไม่ได้อยากได้แมลง
   
แต่แค่ไม่อยากให้อิวะจังสนใจอะไร...หรือใคร..มากกว่าตัวเอง 



 
 
TBC......
 
 
 
 
 
 
 
 
TALK:
 
จนได้สิน่า /เอามือปิดหน้าขวยเขิน
 
ค่ะ เพราะความพีค ความโมเอะของอิวะจัง ความหมั่นต่อโออิ ทำให้ฟิคผุดออกมาจนได้ แถมยังไม่จบในตอนอีก ฮือออออ บากะ รักนะอิวะจัง
 
ส่วนชื่อเรื่อง พอคิดว่าจะเขียนคู่นี่ ก็ได้ชื่อนี้ขึ้นมาทันที อารมณ์แบบว่า เพราะเฟรนด์โซนนี่แหละโคตรเหมาะกับคู่โออิอิวะ
 
มีข้อมูลตรงไหนผิดพลาดท้วงติงได้เลยนะคะ มาด้วยความโมเอะอิวะจังล้วนๆ >///<
 
ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ
 
หมีย์

edit @ 13 Dec 2014 12:41:42 by +:+:+หมีปิ่น+:+:+

Comment

Comment:

Tweet

ไอ้คุณโออิคะ ทำแบบนี้มันสร้างรอยร้าวได้ทั้งสองฝ่ายเลยนะคะ(ไอ้)คุณท่านมหาราชา!

อิวะจัง...อิวะจังไม่ต้องไปสนคำพูดของคนพล่อยๆ ที่ปากแข็งไม่ใจกล้าบอกความในใจตั้งแต่แรกแล้วพาลไปเรื่อยแบบนี้หรอกนะ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาจะคลานกลับมาหาอิวะจังเอง....//ยิ่งอ่านยิ่งตะหงิด อยากแหวกฟิคเข้าไปตั้นหน้าคุณท่านมหาราชาจังเลย^v ^+

#1 By Hina_Sakura on 2014-12-13 21:04